Tag Archives: funny

Partnership For a Healthier America: Meet The Drink Up Fountain

Meet the Drink Up Fountain1

น่าเสียดายที่ก๊อกน้ำดื่มสาธารณะในต่างประเทศมีภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากบ้านเราอย่างสิ้นเชิง ไม่งั้นเราอาจจะได้เห็นแคมเปญสนุกๆแบบนี้

แคมเปญนี้เกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาครับ องค์กรที่ชื่อว่า Partnership for a Healthier America ซึ่งผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นเครือข่ายองค์กรที่สนับสนุนส่งเสริมสุขภาพ (น่าจะคล้ายๆ สสส. ในบ้านเรา) เค้าต้องการจะโปรโมทให้คนอเมริกัน “ดื่มน้ำ” ให้มากขึ้น (เข้าใจว่าน้ำจะช่วยปรับสมดุลในร่างกาย) เค้าก็เลยติดตั้งก๊อกน้ำในที่สาธารณะเพิ่มเติม ให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาหรือทำกิจกรรมอยู่มากดดื่มกันได้ฟรีๆ

แต่ครั้นจะทำแบบธรรมดาก็คงไม่มีใครสนใจ เค้าก็เลยจัดการยัดแผงวรจรควบคุมเสียงกับลำโพงเข้าไปไว้ในตู้ …… ใครก็ตามที่ได้มาดื่มน้ำที่ก๊อกน้ำนี้ จะได้ยินเสียงก๊อกน้ำคุยกับเรา!!

หลักการเค้าง่ายมากครับ เวลาที่คุณจะดื่มน้ำคุณจะต้องกดปุ่ม ซึ่งตัวปุ่มนั้นจะทำมาจากวัสดุนำไฟฟ้า เมื่อกดปุ่มน้ำก็จะพุ่งออกมา และเมื่อปากเราไปแตะน้ำปุ๊ป เสียงมันก็จะดังขึ้นมา เนื่องจากการครบวงจรของไฟฟ้าไปกระตุ้นให้ระบบเสียงมันทำงาน!! เพียงเท่านี้ก๊อกน้ำกากๆเพลนๆก็ดูน่าสนุกขึ้นมาทันตาเห็น น่าใช้มั้ยละครับ

ลองคิดเล่นๆว่าสมมติเราอยากให้คนไทยดื่มน้ำกันมากขึ้น เพราะเมืองไทยเมืองร้อน จะทำแคมเปญหน้าตาออกมาแบบไหนดีนะ?

Meet the Drink Up Fountain2 Meet the Drink Up Fountain3 Meet the Drink Up Fountain4

Advertising Agency: Y&R New York and VML New York

Tagged , , , , , ,

Beat Bowel Cancer Aotearoa: Bums Are Full Of Surprises

Bums Are Full Of Surprises1

มาอีกแล้วครับ สำหรับแคมเปญฮาๆ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าพระเอกของแคมเปญนี้ไม่ได้อยู่ที่ภาพหรือวิดีโอเครับ แต่มันอยู่ที่ “เสียง”ครับ เพราะฉะนั้น ถ้าคุณไม่ดูวิดีโอแคมเปญนี้ คุณจะไม่เก็ท แล้วคุณจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่องแน่นอนครับ

Beat Bowel Cancer Aotearoa องค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับการสร้าง Awareness ให้ความรู้ ช่วยเหลือ และทำวิจัยเกี่ยวกับ “มะเร็งลำไส้” ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วโลก อยากจะทำสร้างแคมเปญที่ให้ผู้คนในนิวซีแลนด์หันมาสนใจปัญหามะเร็งลำไส้กันมากขึ้น เพราะจากสถิติพบว่าในจำนวนคนนิวซีแลนด์ประมาณ 4.5 ล้านคน ทุกๆ 1,000 คนจะตรวจพบคนที่เป็นมะเร็งลำไส้เฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ที่ 9.3 คน หรือพูดง่ายๆก็คือคนนิวซีแลนด์จะมีโอกาสเป็นมะเร็งลำไส้เกือบ 1% คิดแบบกลมๆก็หมายความว่าจะมีคนนิวซีแลนด์เป็นมะเร็งลำไส้ถึง 45,000 คน คร่าชีวิตชาวนิวซีแลนด์มากกว่ามะเร็งเต้านมรวมกับมะเร็งต่อมลูกหมากซะอีก (เริ่มเยอะแล้วใช่มั้ยครับ) เค้าก็เลยคิดว่าจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อให้คนเริ่มตระหนักถึงปัญหานี้

ถ้าคุณได้ดูวิดีโอเปิดตัวแคมเปญนี้ คุณจะเห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนกางขาอยู่บนรถบรรทุก 2 คัน นายคนนี้ชื่อว่า Jean-Claude Van Damme เป็นนักแสดงชื่อดังที่เก่งด้านหนังบู๊แอคชั่น ซึ่งเค้าถูกจ้างมาเล่นในแคมเปญ The Epic Split เพื่อโชว์แสนยานุภาพของรถบรรทุก Volvo ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน ว่ามันเสถียรขนาดกล้าให้นักแสดงคนนี้ขึ้นไปเล่นอะไรพิเรนทร์ๆแบบนี้ได้
แต่สุดท้ายแล้ว ก่อนที่จะแยกขา 180 องศา ก็มีเสียง “ปี๊ดดดดดดดดดด” ลากยาวออกมา……….. วอทเดอะ!!

Beat Bowel Cancer Aotearoa ได้สร้างเว็บไซท์หนึ่งขึ้นมา ซึ่งโดยหน้าที่หลักๆของมันแล้ว มันคือเว็บที่เอาไว้ตัดต่อ “เสียงตด” ไปใส่ไว้ในวิดีโออื่นๆ ที่ต้องเป็นเสียงตดก็เพราะว่า คนที่เป็นมะเร็งลำไส้จะมีอาการหนึ่งซึ่งผมว่าทุกคนก็น่าจะรู้ซึ่งก็คือ “ควบคุมประตูหลัง” ไม่ค่อยอยู่ ก็อาจจะมีเสียงลมเล็ดลอดออกมาบ้าง กล้อมแกล้มกับพอขมปากขมคอ

แล้วก็โดนกันหมดฮะ เริ่มตั้งแต่วิดีโอแมว การ์ตูน วิดีโอสอนออกกำลังกาย รวมไปถึงวิดีโอดังจากทั่วทั้งมุมโลก แล้วเสียงตดก็มีให้เลือกหลากหลายมาก เริ่มตั้งแต่เสียงตดมด เสียงปืนกล เสียงครกระเบิด ไปจนถึงเสียงเครื่องบินเทคออฟ จะทุ้มจะแหลมจะเบสหนักแค่ไหนก็แล้วแต่จังหวะความคิดสร้างสรรค์ของคุณเลย ซึ่งเมื่อตัดต่อเสร็จ คุณก็สามารถแชร์กับเพื่อนๆบนเฟซบุ๊คหรือแพลตฟอร์มอื่นๆได้

เมื่อเพื่อนของคุณคลิกเข้าไป มันก็จะไปโผล่หน้าวิดีโอที่คุณเพิ่งใส่เสียงตดลงไป แล้วก็จะมีออพชั่นว่าคุณอยากจะบริจาคเพื่อช่วยแก้ไขปัญหานี้หรือไม่ หรือจะเล่นเอาสนุกเฉยๆก็ไม่ว่ากันครับ ไปลองเล่นกันดูที่ http://www.beatbowelcancer.org.nz/bums-are-full-of-surprises/ ได้เลยนะ

พูดง่ายๆก็คือว่าแคมเปญนี้พยายามที่จะ “แย่งซีน” (Hijack) เหล่าคลิปดังๆทั้งหลาย เพื่อให้คนนิวซีแลนด์มาสนใจเรื่องมะเร็งลำไส้กันมากขึ้นครับ ก็นับได้ว่าเป็นการแย่งซีนที่สร้างสรรค์ และสร้างสีสันให้กับโลกใบนี้ โดยที่ไม่ต้องยัดเยียดความรู้ให้เมือยตุ้มกันเลยครับ

เมื่อตะกี้ผมก็ลองเล่นดู อาจจะทำออกมากากๆหน่อย แต่ก็สนุกดีครับ 😀 (http://www.beatbowelcancer.org.nz/fartbomb/video.php?id=540)

อ้อ! แล้วก็อย่าลืมนะครับ เล่นสนุกได้ แต่ขอให้อย่าลืมประเด็นที่เค้าอยากจะสื่อสารด้วยนะครับ อย่าเล่นจนเพลินเน้ออ

Bums Are Full Of Surprises2 Bums Are Full Of Surprises3

Advertising Agency: Whybin\TBWA, Auckland, New Zealand

Tagged , , , , , , , , , ,

Turkish Traffic Safety Association: Don’t selfie and drive

Don't selfie and drive2

บอกก่อนเลยว่าแคมเปญนี้ไม่มีความพีคอะไรทั้งสิ้น เป็นเพียงอีกวิธีสื่อสารหนึ่งที่ไม่เน้นสร้างความรูสึกทางอารมณ์มาก แต่ก็น่าใจและน่าเอาไปปรับใช้ได้ครับ

เรื่องของเรื่องมันเกิดที่ตุรกีครับ (แต่ภาพให้ความรู้สึกคล้ายบ้านเรามาก) ในแต่ละปีเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนหลายครั้งมาก แล้วปัญหามันก็คลาสสสสิคมวาก ดื่มแล้วขับ แชทระหว่างขับ แต่งหน้าระหว่างขับ คงเป็นเหมือนกันทั้งโลก
ในวิดีโอเค้าก็บอกว่า นอกจากเหตุผลที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าวแล้ว คนเราก็ยังหาเรื่องให้มันอุบัติเหตุได้อีก นั่นก็คือ “Carselfie” (เซลฟี่ระหว่างขับรถ)

ในวิดีโอเค้าอ้างว่าในแต่ละวันมีคนตุรกีถ่ายรูประหว่างขับรถเป็นพันๆรูป ช่างเป็นพฤติกรรมที่ non-sense มากๆ Turkish Traffic Safety Association สมาคมที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยบนท้องถนนก็ได้ออกแคมเปญ “Don’t selfie and drive”

เริ่มต้นด้วยการสร้าง Instagram และก็ค้นหารูปเซลฟี่ระหว่างขับรถ จากนั้นก็ตัดต่อภาพ The Grim Reaper (ยมทูตฝั่งตะวันตก) ให้เป็นผู้โดยสารอีกคนหนึ่งที่นั่งอยู่เบาะหลัง แล้วก็แท็กคนที่เป็นเจ้าของรูปภาพดั้งเดิม พร้อมกับข้อความ “If you don’t want to ride with the grim reaper, don’t selfie and drive.” ถ้าไม่อยากนั่งรถไปกับยมทูต ก็หยุดเซลฟี่ระหว่างขับรถได้แล้ว

โดยส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะเป็นตัวที่กระตุ้นเตือนหรือมันจะกลายเป็นเรื่องสนุกกันแน่ แต่ที่รู้แน่ๆอย่างหนึ่งคือเค้าเลือกใช้วิธีแปลกใหม่ในการสื่อสาร ไม่จู้จี้จุกจิก ไม่อีโม ทำให้มันเป็นเรื่องสนุกซะเลย คนจะได้ไม่รู้สึกกำลังถูกกรอกหูว่าต้องเปลี่ยนนู่นนั่นนี่ อันนี้จะเวิร์คไม่เวิร์คก็อยู่ที่คนแล้วละครับว่าเค้าจะคิดได้มั้ย

ลองกลับมามองที่เมืองไทย เสียดายที่เค้าออกกฎหมายห้ามใช้มือถือระหว่างขับรถ ไม่งั้นเราอาจจะได้เห็นแคมเปญอะไรสนุกๆแบบนี้ก็ได้ ผมไม่แน่ใจว่ากฎหมายห้ามใช้มือถือระหว่างขับรถจะบังคับใช้ได้ดีแค่ไหน แล้วจะมีทางไหนที่เปลี่ยนให้คนเราคิดได้เองโดยไม่ต้องมีใครมาบังคับ ถ้าเป็นคุณ คุณจะเลือกสื่อสารวิธีไหน หรือคุณจะเอาใครมาใส่ในรูปดีครับ?

Don't selfie and drive1 Don't selfie and drive3

Advertising Agency: Ogilvy Istanbul, Turkey

Tagged , , , , , , , ,

Friendly Traffic: Piano

friendly traffic1

มาอีกแล้ว สำหรับแคมเปญแนว Fun theory (ใช้ความสนุกในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้คน) คงจะจำกันได้สำหรับแคมเปญหนึ่งที่ดัดแปลงบันไดบริเวณสถานีรถไฟใต้ดินเยอรมันให้กลายเป็นเปียโนขนาดยักษ์เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนหันมาออกกำลังกายกันบ้าง

แต่สำหรับแคมเปญนี้ เรียกได้ว่าแทบจะไม่ได้ลงทุนเลยครับ

เรื่องมันเกิดขึ้นที่บราซิล เจ้าแห่งแคมเปญอีกแล้วครับ มันมีปัญหาอยู่ว่าที่นี่มีคนเสียชีวิตจากการข้ามถนนโดยไม่ใช้ทางม้าลายในปีนึงก็ไม่น้อย (ในวิโอไม่ได้อ้างสถิติ) ซึ่งก็คงคล้ายๆกับบ้านเรานั่นแหละครับ

แต่คราวนี้เรื่องของเค้ามันจะต่างจากบ้านเรานิดนึงตรงที่ทุกๆวันอาทิตย์เค้าจะปิดถนนเลียบหาดเมืองริโอเดอจาเนโร สำหรับการพักผ่อนและสันทนาการ ทาง Friendly Traffic ซึ่งผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นกลุ่มที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรณรงค์ด้ารความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เ้คาก็เลยใช้โอกาสนี้ในการส่งเมสเสจอะไรบางอย่างเพื่อบอกให้คนริโอรู้ว่า “พวกมึงควรจะข้ามถนนให้ถูกที่ถูกทางนะ”

แคมเปญนี้คิดโคตรง่ายเลยครับ เพียงเอาเปียโนมาตั้งตัวนึงบริเวณทางม้าลาย เวลามีคนข้ามทางม้าลาย มือเปียโนก็จะบรรเลงโน๊ตง่ายๆเพื่อให้คนที่ข้ามทางม้าลายหันมาสนใจ (เป็นยังไงต้องไปดูในคลิป) จนข้ามเสร็จก็จะมีทีมงานแจกลูกโป่งเพื่อเตือนให้ข้ามถนนให้ถูกที่ถูกทาง

ก็เป็นแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ก็น่าสนใจไม่น้อยเลยครับ จริงๆบ้านเราก็ทำได้ เพียงแค่เอาระนาดเอกมาตัวนึง มาทำแบบแคมเปญนี้ ได้ทั้งรณรงค์เรื่องการข้ามถนนและเรื่องการอนุรักษ์ดนตรีไทย สองเด้งกันเลยทีเดียว

ถ้ามีไอเดียเจ๋งๆก็คอมเมนท์ไว้ตรงด้านล่างได้เลยนะครับ ไม่แน่ว่าซักวัน ไอเดียของคุณอาจจะกลายเป็นจริงขึ้นมาก็ได้ 🙂

#idae4changTH

Advertising Agency: Camisa 10, Rio de Janeiro, Brazil

friendly traffic2 friendly traffic3 friendly traffic4 friendly traffic5 friendly traffic6

 

Tagged , , , , , , , ,

NATURE´S GARDEN: BROKEN LIVER

Broken liver1

เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า Hepalive โปรดักส์ไลน์ที่ขายอาหารเสริมบำรุงสุขภาพตับโดยเฉพาะ ภายใต้แบรนด์ใหญ่อย่าง Nature’s Garden เค้าได้อ้างงานวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์ว่า แท้จริงแล้ว การที่มนุษย์แสดงความรู้สึกต่างๆออกมา มันเป็นผลของสารเคมีชนิดหนึ่งในร่างการของเราที่ชื่อว่า Glucocorticoid ซึ่งเจ้าสารเคมีชนิดนี้มันถูกผลิตมาจาก “ตับ” ครับ

ได้ดูแคมเปญครั้งแรกก็แปลกใจและนั่งขำอยู่คนเดียว ใครจะไปคิดละครับว่าอารมณ์รักโลภโกรธหลงของมนุษย์ที่ว่าซับซ้อนนักหนา แม่งจะถูกบงจากการอวัยวะที่เราคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกันได้เลย ใครได้ยินก็คงจะหงายเงิบไปตามๆกัน

ไม่ว่าความเป็นจริงจะเป็นอย่างไร ตับมันควบคุมอารมณ์มนุษย์ทั้งหมดจริงมั้ย หรือทำงานแค่แค่กับบางอารมณ์เท่านั้น เรื่องนี้เราคงไม่ขอตอบนะครับเพราะมันอยู่พ้นวิสัยของเรานัก เอาเป็นว่า สิ่งที่เราเลือกเอามาให้ทุกคนดูก็คือวิธีการสื่อสารที่เค้ากำลังจะบอกว่า “เฮ้ย! ตับก็สำคัญนะมึง” เป็นคุณ คุณจะสื่อสารยังไงครับ?

แคมเปญนี้คิดง่ายมากเลยครับ (ไม่รู้ว่าในขั้นตอนการทำงานมันออกมาง่ายแบบนี้มั้ย) เค้าได้เลือกเอาโมเมนท์ที่คนเราถูกกระตุ้นอารมณ์ได้รุนแรงที่สุดครับ ใช่ครับ “อกหัก”  (Broken Heart) เชื่อว่าใครที่เคยผ่านประสบการณ์รักแบบจบไม่สวยก็คงพยักหน้าไปตามๆกัน แต่ก็อย่างที่บอกครับ “หัวใจ” ไม่ใช่พระเอกของเรื่องนี้ นี่จึงเป็นที่มาของแคมเปญ “Broken Liver” (แปลไทยไม่ได้จริงๆ) ที่เค้าพยายามจะบอกเราว่า ที่มึงรู้สึกเจ็บแบบนี้ก็เพราะ “ตับ” ของมึงนั่นแหละ ที่ใครฟังก็คงงงเต็กไปตามๆกัน

แน่นอนว่าการไปบอกเอาดื้อๆว่าตับนี่แหละที่เป็นตัวกำหนดอารมณ์ มันไม่เวิร์คแน่ๆ แคมเปญนี้จึงได้เลือกเอาบทเพลงมาเป็นตัวสื่อสารแทนครับ โดยเลือกเอาเพลงที่มีคำว่า “Heart” อยู่ทั้งในชื่อและเนื้อร้อง และจับเอาคำว่า “Liver” มาใส่แทนทั้งหมดเลย

แล้วก็ไม่น่าเชื่อนะครับ มันฟังดูเข้ากั๊นเข้ากันยังกับรถติดกับวันศุกร์สิ้นเดือน ฟังแล้วก็เพลินเหลือหลาย แถมแคมเปญนี้ยังรุกเข้าไปในร้านคาราโอเกะ มินิคอนเสิร์ต รวมถึงสื่อทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ลองเข้าไปดูกันได้ที่ www.brokenliver.com

ในส่วนของผลลัพธ์ก็น่าสนใจทีเดียว เพราะมีลูกค้ากว่า 8 พันคนเข้ามาสมัครพร้อมกับรับตัวอย่างเพลงไปฟังกัน (อาจจะฟังดูน้อย แต่นี่แค่แบรนด์อาหารเสริมบำรุงตับ มันค่อนข้างจะเฉพาะทาง) ยอดขายเพิ่มขึ้น 18% แล้วก็ไต่อันดับจากแบรนด์ที่อยู่ในอันดับ 4 ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ก็ถือว่าไม่เลวครับ

Advertising Agency: MARURI GREY GUAYAQUIL, ECUADOR

Broken liver2

 

Tagged , , , , , , , , ,

ABTO: BENTLEY BURIAL

Bentley Burial

เรื่องมันมีอยู่ว่าที่บราซิลเค้ามีอภิมหึมามหาเศรษฐีคนหนึ่งนามว่า Chiquinho Scarpa อีตาลุงคนนี้อยู่ดีๆก็เกิดนึกครึ้มอะไรขึ้นมาไม่รู้ เกิดมาประกาศผ่านเฟซบุคของแกว่า ฉันจะฝังรถ Bentley คนละครึ่งล้านเหรียญ เผื่อว่าฉันตาย ฉันจะได้เอาไปใช้ด้วยนะ (เข้าใจว่าแกคงได้แรงบันดาลใจมาจากฟาโรห์อียิปต์)

หลังจากโพสได้ไม่นาน ชาวบราซิลที่เป็นแฟนคลับแกรวมถึงสื่อมวลชนกระแสหลักทั้งหลายก็รุมกระหน่ำแกอย่างเมามัน บ้างก็ออกมาดาแกว่าบ้ามั่ง เพี้ยนบ้าง ไอ้ห้าร้อยเอ้ย ตั้งครึ่งล้านเหรียญทำไม_ึงเอาไปขาย เอาเงินไปทำอย่างอื่นหรือช่วยสังคมได้ตั้งเยอะ จนกระทั่งมีรายการทีวีเชิญแกไปออก แกก็ประกาศอย่างหน้าตาเฉยว่าวันศุกร์ 11 โมงจะเริ่มพิธีฝังรถนะ (มีนัดแนะซะด้วย)

จนเมื่อถึงวันจริง พิธีฟัง Bentley ราคาครึ่งล้านก็ดำเนินไปตามปกติ จนกระทั่งลุงแกไม่รู้เกิดนึกเสียดายขึ้นมาหรือยังไง บอกให้หยุดทำพิธีซะงั้น แล้วก็เชิญผู้ร่วมงานและสื่อมวลชนเข้าไปในบ้าน

จนกระทั่งตอนสุดท้าย เกมมันเกิดพลิกขึ้นมาครับ เมื่อตาลุงคนนี้เข้าไปยืนหลังโพเดียมและกล่าวสปีชสั้นๆในทำนองว่า “คุณอาจจะคิดว่าการที่ผมฝัง Bentley มันดูเป็นเรื่องที่บ้าบอคอแตก แต่เชื่อไหมว่ายังมีคนบราซิลอีกจำนวนมาก กลับฝังสิ่งที่ค่าที่สุดที่มีค่ากว่า Bentley ของผมเสียอีก สิ่งเหล่านั้นคือ ‘อวัยวะ’ ของพวกคุณไงครับ โคตรน่าเสียดายและบ้าบอคอแตกกว่าเรื่องของผมตั้งเยอะ”

เพียงเท่านั้นแหละครับ จากตาลุงมหาเศรษฐีบ้าพลังก็กลับกลายมาเป็นพ่อพระทันตา เมื่อแกได้ขอให้ประชนชาวบราซิลร่วมกันบริจาคอวัยวะ สิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับอีกหลายๆชีวิต ในเฟซบุคแกก็กลับตาลปัตรมีแต่คนเข้ามาชมมาแชร์แคมเปญของแกแบบมหาศา่ล

ในเชิงตัวเลขและผลตอบแทน มีคนที่ได้ดูแคมเปญนี้มากถึง 172 ล้านครั้งแค่เฉพาะในโซเชียลมีเดีย และจากการลงทุนในการสร้างแคมเปญ 6 พันเหรียญ ได้ผลตอบแทนจากพื้นที่สื่อฟรีคิดเป็นมูลค่าถึง 22 ล้านเหรียญ!! ขึ้น Trending Topic เป็นอันดับหนึ่งในบราซิลและอันดับสองของโลก และที่สำคัญที่สุดคือมีผู้ร่วมลงชื่อบริจาคอวัยวะกับมูลนิธิปลูกถ่ายอวัยวะเพิ่มขึ้นถึง 31.5% เพียงแค่ในเดือนแรกของการรันแคมเปญ

ลุงโคตรโหดเลย

Advertising Agency: LEO BURNETT TAILOR MADE SÃO PAULO, BRAZIL

Tagged , , , , , , , , , , ,

TeatreNeu: Pay per Laugh

pay per laugh

เรื่องมันมีอยู่ว่าในช่วงกลางปีของปีที่แล้ว อุตสาหกรรมด้านความบันเทิงในสเปนต้องเผชิญกับความวิบัติครั้งใหม่เมื่อรัฐบาลได้ตัดสินใจขึ้นภาษีสำหรับโรงหนังโรงละคร 13% (จาก 8% > 21%) ซึ่งก็อย่างที่เข้าใจกันตามหลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น เมื่อผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับภาษีตรงนี้ได้ก็จะต้องผลักภาระไปให้กับผู้บริโภค และแน่นอนครับ เมื่อค่าตั๋วมันราคาเพิ่มขึ้น 13% คนก็ย่อมมาดูน้อยลง

หรือสำหรับกรณีที่ผู้ประกอบการโรงหนังโรงละครที่ไม่มีทางเลือก และต้องทำเพื่อความอยู่รอด เขาก็จำเป็นต้องลดราคาตั๋วลง 20% ในขณะที่คนสเปนเริ่มหันไปดูหนังทางฝั่งอเมริกามากขึ้นทุกวัน

คราวนี้ก็มีโรงละครหัวใสนามว่า TeatreNeu อยากจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยวิธีที่สร้างสรรค์และเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขัน จึงเป็นที่มาของแคมเปญ “Pay per laugh” แคมเปญที่ให้คุณเข้าชมการแสดงได้ฟรี! แต่มีข้อแม้ว่าคุณจะต้องจ่ายเงิน 30 เซ็นต์ทุกครั้งที่คุณหัวเราะ (การแสดงก็คงเป็นแนวตลก) โดยมีการติดตั้งระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวใบหน้า ถ้าคุณหัวเราะเมื่อไหร่ก็เท่ากับว่าคุณเสียเงินครับ

และผลแคมเปญก็เป็นไปตามคาดครับ โรงละครสามารถเก็บเงินค่าเข้าชมการแสดงที่ใช้ฐานการนับจำนวนครั้งของการการหัวเราะได้มากกว่าเดิม โดยจำกัดเพดานที่ผู้ชมจะต้องจ่ายไว้ที่ 24 ยูโร (หัวเราะ 80 ครั้ง) โดยเจ้า 24 ยูโรนี้มีราคาสูงกว่าค่าตั๋วปกติถึง 6 ยูโร

นอกจากนี้ แคมเปญนี้ยังได้พื้นที่สื่อไปมหาศาล เรียกแขกได้มากกว่าเดิมถึง 35% อื้อหืออออ ไม่ใช่เล่นๆเลยนะเนี่ย

และที่เจ๋งขึ้นไปอีกคือแคมเปญนี้ยังมีการต่อยอดไปสู่ “Pay per cry” หรือแม้กระทั่ง “Pay per WTF”

จะว่าไปแล้วผมว่ามันก็แฟร์ดีนะ เพราะแคมเปญนี้สามารถวัดคุณภาพของการแสดงได้ด้วย แต่คิดต่อไปอีกนิดนึงว่าถ้าเกิดการแสดงมันเป็นแบบ “ครบรส” แล้วจะปรับให้เข้ากับระบบตรวจจับใบหน้ายังไง ลองคิดเล่นๆว่าถ้าพี่แกเกิดทำได้ขึ้นมาจริงๆ เราคงจ่ายกัน .ูดบานเลยทีเดียว อ่าห์

Advertising Agency: The Cyranos for McCann Worldgroup Europe

pay per laugh3

pay per laugh2

Tagged , , , , , , , , , , ,

Truth Coffee: Seeds of truth

Seeds of truth1

ถ้าไม่มีคนสะกิดบอกสักหน่อย เราก็คงไม่คิดนะครับว่าแค่แก้วกาแฟกระดาษที่เราคุ้นหน้าค่าตากันอยู่ทุกวันมันจะสร้างผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมไม่น้อย นอกจากจะต้องนำวัตถุดิบจากต้นไม้มาทำแก้วกระดาษแล้ว ยังต้องมีต้นทุนในการกำจัดขยะอีก ทั้งๆที่มันเป็นกระดาษแท้ๆ

Truth Coffee แบรนด์ร้านกาแฟที่มีชื่อเสียงมากในเคปทาวน์ แอฟริกาใต้มองเห็นโอกาสว่าในเมื่อตัวแก้วมันเป็นกระดาษ เราก็ควรปล่อยให้มันย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ โดยไม่ต้องไปเข้ากระบวนการรีไซเคิลที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัดขยะโดยไม่จำเป็น

โปคเจ็คนี้เริ่มต้นที่การดีไซน์แก้วกระดาษเสียใหม่ ทำแพ็คเกจให้ดูมีคุณค่า คู่ควรต่อการเก็บไว้ ตามมาด้วยปลอกกระดาษกันความร้อน ซึ่งในปลอกนี้มีเมล็ดพืชสมุนไพรฟังเข้าไปอยู่ด้วย ใช่ครับ! เดาไม่ผิดครับ เค้าตั้งใจจะให้แก้วกาปฟเป็นกระถางปลูกต้นไม้จิ๋วแทนที่จะทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์ครับ ซึ่งมิธีการก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลย เทื่อดื่มกาแฟเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จัดการขยำๆปลอกกันความร้อนใส่ลงไปในแก้ว เอาดินกลบ เพียงเท่านี้ก็เรียบร้อย หรือถ้ากลัวลืมก็อาจจะเอาไม้ไอติมมาปักทำสัญลักษณ์หน่อยก็ไม่ว่ากัน

และก็อย่างที่รู้กันว่าแก้วกระดาษมันย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เราก็สามารถเอาแก้วนั้นลงดินได้เลย จากนั้นก็รอดูความงอกงามได้เลยครับ

จริงๆแล้วคอนเซปต์การฝังเมล็ดพืชไว้ในกระดาษไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด มันขึ้นอยู่กับการสื่อสาร เพราะถ้าวันนี้มีคนบอกให้คุณไปปลูกต้นไม้เดี๋ยวนี้เชื่อว่าเกือบร้อยทั้งร้อยคงไม่ทำเพราะมันยุ่งยาก แต่ถ้าจัดแพ็คเกจมาให้เรียบร้อยแล้วแบบโปรเจ็คนี้เชื่อว่าคงปฏิเสธได้ยาก เพราะมันดูง่ายๆ เพียงแค่ 3-4 สเต็ปคุณก็เริ่มปลูกต้นไม้ได้แล้ว ชิมิ ชิมิ

We made the traditional protector ring out of paper containing herb seeds, turning the disposable coffee cup into a pot… and the start of a basil, rocket or thyme herb garden.

We redesigned the cup using beautiful illustrations inspired by the idea itself – creating something people would want to keep. We gave the cup a life beyond its original purpose and added freshness and flavour to any city kitchen.

More importantly, because the cup is biodegradable, it can be planted in the ground and made to disappear forever – leaving behind a living, breathing, greener reminder of how a little bit of truth, can make a world of difference.

Seeds of truth4 Seeds of truth5 Seeds of truth6 Seeds of truth2 Seeds of truth3

Advertising Agency: Native VML, Cape Town, South Africa

Tagged , , , , , , , , ,

Crust Pizza: The Upper Crust Banquet

the crust banquet

ลืมภาพการโปรโมทและการขายพิซซ่าแบบที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันไปได้เลย เพราะพิซซ่าเจ้านี้มาแบบเหนือชั้น

โดยวัฒนธรรมคนออสเตรเลียในช่วงวันหยุดซึ่งไม่มีธุระต้องออกไปทำ พวกเขาก็มักจะสั่งพิซซ่ามากินกันที่บ้าน แต่ก็อย่างที่รู้กันว่าเวลากินพิซซ่ามันไม่ค่อยได้บรรยากาศเท่าไหร่ เพราะต่างคนต่างกิน ซึ่งคราวนี้ Crust Pizza ซึ่งเป็นแบรนด์พิซซ่าที่เปิดตัวใหม่มองเห็นว่าควรจะทำในสิ่งที่แตกต่างท่ามกลางสมรภูมิการค้าพิซซ่าที่มีอยู่ทุกมุมเมือง ซึ่งความแตกต่างที่ว่านี้คือการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า ให้บรรยากาศการกินพิซซ่ามีเรื่องราวน่าจดจำและสนุกไปกับมันได้

ในรายละเอียดผมไม่ค่อยแน่ใจ แต่เอาเป็นว่า Crust Pizza เค้าก็ได้ระดมคนจำนวนหนึ่งมาสร้างจักรยานที่นั่งได้ 8 คน สร้างในรูปแบบ 4 คนหันหน้าเข้าหากัน โดยมีโต๊ะคั่นกลาง ประดับประดาให้สวยงามฟรุ้งฟริ้ง จากนั้นก็เริ่มปั่นกันไปตามเมืองแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของออสเตรเลีย โดยที่จะเชิญคนแปลกหน้ามาร่วมวงพิซซ่าปั่นๆผ่านทางออนไลน์ อยากหยุดที่ไหนกูก็หยุด เรียกได้ว่าได้โปรโมทไป กินไป ออกกำลังกายไปพร้อมๆกัน

ผมว่าแนวคิดเรื่องการโปรโมทแบบ Mobillity Exhibition (คำนี้นิยามขึ้นมาเอง)  มันสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกประเด็น และมันก็ดึงความสนใจได้ดีด้วย นึกแล้วก็น่าลองเอามาใช้กับประเด็นสังคมบ้าง เช่น แคมเปญหนึ่งที่ทำเรื่องการใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง เขาก็ทำรถบรรทุกแบบติดกระจกรอบด้าน โดยที่ข้างในก็มีผู้หญิงที่(ถูกแต่งองค์ทรงเครื่องว่า)ถูกใช้ความรุนแรง ขับตระเวนไปรอบเมือง  เรียกความสนใจจากผู้คนได้มากทีเดียว

the crust banquet2

Chilling at home and ordering pizza is an integral part of Australian culture. We all know Pizza is the ultimate comfort food but it’s not exactly fine dining either. That said, Crust Pizza’s gourmet Upper Crust range is a little bit more special than your average slice of pie. Sales of the premium range, however, were in decline and Traffik Sydney were given the task of turning that around by promoting the launch of four new Upper Crust varieties targeting the YMC demographic in the ultra-competitive Sydney and Melbourne markets.

Our response was to create an integrated experiential and social campaign that drove trial of the Upper Crust range and provided a unique brand experience. In doing so, we managed to reshape the publicâs perception of Crust Pizza, which more than doubled sales of the Upper Crust range and absolutely smashed our clientâs expectations.

Advertising Agency: Traffik, Sydneyม Australia

Tagged , , , , , , , ,

Miyako Island: The shut down island

THE SHUT DOWN ISLAND

ครั้งแรกที่ได้ดูแคมเปญนี้ก็ได้แต่ร้องในใจว่าแจ่มแจ่แดมแจ่มว้าว มันเฟี้ยวฟ้าวมากเลยนะพี่ชาย ถ้าได้ลองเล่นสักคราคงสมหมาย ท่อนสุดท้ายต่อเอาเองก็แล้วกัน

เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ คือช่วง Low Season ผมเชื่อว่าการท่องเที่ยวไม่ว่าที่ไหนๆก็คงแย่ไปตามๆกัน (ถ้าไม่แย่ก็คงไม่เรียก Low Season หรอก) ไม่เว้นแม้แต่ที่ญี่ปุ่นที่ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของคนทั่วโลกก็ตามครับ เรื่องการท่องเที่ยวบนเกาะใหญ่ญี่ปุ่นอันนี้ผมไม่แน่ใจ แต่พวกเกาะเล็กๆทั่วไปได้รับผลกระทบแน่ ซึ่งเคสนี้มันเป็นเคสเกาะหนึ่งที่ชื่อว่าเกาะ ‘มิยาโกะ’ เป็นเกาะย่อยๆในหมู่เกาะโอกินาว่าที่อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะญี่ปุ่น อย่างที่เรียนให้ทราบคือ เมื่อถึงหน้า Low Season ก็ไม่มีนักท่องเที่ยว เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวก็ไม่มีเงินมาถึงชาวเกาะแห่งนี้ ซึ่งแน่นอนว่าทำให้เศรษฐกิจบนเกาะหยุดชะงัก

แต่โชคดีที่เกาะนี้มีของดีครับ มีตั้งแต่วัฒนธรรมย่อยที่น่าศึกษา มีสถานที่ประทางวัติศาสตร์ที่ดูมีมนต์ขลัง และมีอะไรต่างอีกมากมายให้คนได้เข้ามาเยี่ยมชมกัน ทางเกาะก็เลยร่วมกับเอเจนซี่ DENTSU มาจัดเกมผจญภัยไขปริศนาบนเกาะ โดยมีกฎว่าถ้าแก้โจทย์ไม่ได้จะถูกกักไว้ไม่ให้ออกจากเกาะ เข้าใจว่าเค้าคงคิดในทำนองว่า “คนน้อยนักใช่ไหม งั้นปิดเกาะแม่มเลย” (เสียงในฟิล์ม)

แคมเปญนี้เริ่มต้นด้วยการโปรโมทผ่านหนังสือพิมพ์ พร้อมกับทำคู่มือการผจญถัยและไกด์สำหรับการแก้ปริศนา เรียกได้ว่าทำกันแบบจริงๆจังๆจนน่าตกใจ โดยที่จะมีกิมมิคเจ๋งๆซ่อนอยู่คือจะมีบางสถานที่หรือสิ่งของบางอย่างซ่อนอยู่รอบๆสถานที่ทำภารกิจ โดยที่สถานที่และสิ่งของเหล่านั้นก็ไม่ได้มีบอกไว้ในคู่มือการผจญภัย ต้องสังเกตเอาเอง แล้วก็อย่างที่คิดครับ เหล่านักผจญภัยทั้งหลายเมื่อค้นเจอเมื่อไหร่ก็ถ่ายรูปลงโซเชียลแบบอัตโนมัติ ได้โปรโมทของดีบนเกาะแบบไม่ต้องไปบอกอะไรเลย

ไอเดียทำแคมเปญว่าตื่นเต้นแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็ตื่นเต้นไม่แพ้กันครับ หลังจากจบแคมเปญนี้ก็มีการคำนวณว่าได้พื้นที่สื่อจากทั่วโลกคิดเป็นมูลค่าประมาณ 5.9 ล้านเหรียญ นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น 3 เท่า และสร้างรายได้ให้กับชาวเกาะมิยาโกะถึง 2 ล้านเหรียญ (เทียบสัดส่วนประชาการที่ 60,000 คนก็ถือว่าไม่น้อยเลย) ซึ่งเมื่อคิดจากการลงทุนในแคมเปญนี้แล้วก็พบว่าได้รับผลตอบแทนคืนมาถึง 10 เท่า! อุแม่เจ้า แจ่มแจ่แดมแจ่มว้าวจริงๆ

นึกแล้วก็อยากลองเอามาเล่นเมืองไทยดูบ้าง เอาเกาะไหนดี เกาะรัตนโกสินทร์ เกาะเกร็ด เกราะเพชรเจ็ดสี หรือเกาะกลางถนนก็ได้ ไม่ว่ากัน (มุกไม่ฮาพาเครียด ไม่ขำถือว่าซะว่ามันผ่านมาแล้วเดี๋ยวก็ผ่านไป)

Advertising Agency: DENTSU, Tokyo, JAPAN

Tagged , , , , , ,