Tag Archives: Thailand

ปลูก “ไม้ประแดก” at Ma:D Social Entrepreneurs Hub

20140824_132014

สวัสดีครับทุกท่าน ผมไม่ทราบว่าทุกท่านเคยไปปลูกข้าวมั้ย ถ้ายังไม่เคย ผมจะชวนทุกคนมาปลูกข้าวกันครับ 🙂 แต่เดี๋ยวก่อนครับ คุณไม่ต้องเตรียมแพ็คกระเป๋าไปไหนทั้งนั้น เพราะผมจะมาชวนคุณปลูกข้าวที่บ้านของคุณนั่นแหละ จะเป็นบ้านเดี่ยว หอพัก หรือคอนโดก็ปลูกได้หมดครับ

เมื่อวานนี้ผมได้ไปงานเวิร์คช็อป “ปลูก ไม้ประแดก” ซึ่งงานนี้ผู้จัดตั้งใจทำเป็นแคมเปญใหญ่เลยครับ เป็นงานที่มีแนวคิดว่า เราสามารถปลูกพืชประดับเพื่อตกแต่งบ้านก็ได้ แถมยัง “แดก” ได้ด้วยนะ! ใช่ครับ ไม้ประแดกที่ว่านี่ก็คือ “ข้าว” นี่แหละครับ

ลองนึกภาพดูสิครับว่าสิ่งที่พ่อแม่เราบอกกันนักหนาว่าให้กินข้าวให้หมดจาน หรือแม้แต่กระทั่งสิ่งผู้นำประเทศมักจะบอกกับเราอยู่เสมอว่าข้าวเป็นสมบัติของชาติ เป็นสิ่งที่อยู่คู่คนไทยมาหลายร้อยปี แต่สุดท้ายคนเมืองธรรมดาอบ่างเราเห็นข้าวมันถูกแพ็คมาเป็น “ถุง” เรียบร้อยแล้ว คำถามของผมก็คือ เราจะเห็นคุณค่าของข้าวมากแค่ไหน เพียงแค่เราได้เห็นแค่ปลายทางของมัน?

20140824_134733

แคมเปญปลูกไม้ประแดกจึงคิดว่าอยากส่งมอบประสบการณ์ความเป็นชาวนาและศิลปินมาสู่คนเมือง คนที่กินข้าวทุกวันแต่กลับไม่รู้ที่มา ให้พวกเค้าได้สัมผัส ให้พวกเค้าได้รับรู้ถึงความยากลำบากของชาวนา โดยที่ไม่ต้องใช้พื้นที่มากมายเลย ขอเพียงแค่มุมหนึ่งในบ้านหรือที่ทำงานของคุณ แล้วลองดูซิว่าพื้นที่เพียงเล็กน้อย คุณจะสามารถรับผิดชอบมันได้มากแค่ไหน?

20140825_105422

แคมเปญนี้จะใช้ผลิตภัณฑ์มาเป็นตัวส่งมอบประสบการณ์ครับ ด้วยการจัดแพ็คเกจที่คุณสามารถนำไปปลูกที่บ้านได้เลย ซึ่งในหนึ่งชุดก็จะมีแผ่นพับบอกรายละเอียดและวิธีการปลูกของข้าวแต่ละสายพันธุ์ ปุ๋ยขี้ค้างคาว ไตรโคเดอมาแบบน้ำ (เชื้อราดีที่เอาไว้แช่เมล็ดข้าวเพื่อป้องกันเชื้อรา)ไตรโคเดอมาแบบผง (ผสมกับดินเพื่อป้องกันเชื้อราในดิน)ถ้วยกระดาษย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ (แหล่งอนุบาลพันธุ์ข้าว) ป้ายปัก (บอกชื่อพันธุ์และวันที่เริ่มปลูก) กระถางปลูกข้าว (สูงไม่น้อยกว่า 30 cm และไม่มีรูระบายน้ำ) และสุดท้ายพระเอกของเรา เมล็ดพันธุ์ข้าวที่เราคัดมากับมือ (มีให้เลือก5 สายพันธุ์ ได้แก่ ข้าวหอมปทุมเทพ ข้าวก่ำดอ ข้าวลืมผัว ข้าวปะกาอำปิล และข้าวหอมนิล) ซึ่งวันนี้ผมก็ได้เลือกข้าวหอมปทุมเทพมาครับ

20140824_132106

แคมเปญนี้เริ่มต้นจากการคัดสายพันธุ์ข้าวครับ ซึ่งพี่เค้าบอกว่านี่คือองค์ความรู้ชุดแรกที่เกษตรกรควรจะมี (เพราะมันจะเป็นตัวกำหนดว่าอีก 10-20 ปีข้างหน้าเราจะต้องกินข้าวพันธุ์ไหน) ซึ่งก็มีหลักการอยู่ว่า จมูกข้าวต้องสมบูรณ์ ไม่มีไข่ปลาซิว และหัวกับท้ายเมล็ดจะต้องตรงเสมอกัน ซึ่งเหตุผลที่ต้องคัดพันธุ์ก่อนก็เพราะว่าเราจะเลือกอดัมกับอีฟของข้าวที่จะเอามาไว้ในบ้านเรา การเลือกพันธุ์ที่ดีก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตและการขยายพันธุ์มากขึ้น ขอบอกตรงๆเลยว่าแค่ขั้นตอนนี้ก็โคตรยากและใช้สมาธิมาก ใช้เวลากัน 2-3 ชั่วโมง (ในรายละเอียดมีอีกเยอะ ต้องลองเข้าเวิร์คช็อปดูครับ)

อีเวนท์ที่จัดขึ้นจบที่ขั้นตอนนี้ครับ ที่เหลือก็รอให้เหล่า “เกษตรกร” หน้าใหม่ขนชุดปลูกข้าวมินิกลับไปลองปลูกดูที่บ้าน ตั้งกลุ่มรายงานผล อีกสักอาทิตย์นึงคงได้เห็นความก้าวหน้าครับ 🙂

ก็อย่างที่เล่าไปตอนแรกครับ แคมเปญนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้คนเมืองได้สัมผัสประสบการณ์การเป็นชาวนาได้ถึงในบ้าน เพราะคนเมืองไม่ค่อยรู้ถึงแหล่งที่มาของข้าว แคมเปญนี้จึงเป็นช่องทาง “สื่อสารโดยตรง” ระหว่างผู้ปลูกกับผู้กิน ให้ผู้กินได้มองเห็นถึงคุณค่าและได้รู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของ และอาจจะเป็นฐานนำไปสู่การสร้างระบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระบบการปลูกข้าวในเมืองซึ่งกันและกัน เป็นกระจกสะท้อนตัวเอง และสิ่งที่เหนือไปกว่านั้นคือเราทุกคนก็จะมีส่วนในการช่วยกันรักษาพันธุ์ข้าวดีๆที่ยังหลงเหลืออยู่ ก็อย่างที่รู้กันครับ นโยบายด้านข้าวในระดับชาติมักจะถูกผูกโยงกับเรื่องของตลาด ทำยังไงก็ได้ให้ขายได้เยอะๆ เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ทิศทางของการผลิตข้าวก็จะถูกแปรเปลี่ยนจากคุณภาพไปสู่ปริมาณ ข้าวพันธุ์พื้นเมืองก็จะเริ่มหยุดพัฒนาสายพันธุ์และสูญหายไปในที่สุด

ประกอบกับคนรุ่นใหม่ยุคนี้แทบจะไม่มีใครสนใจไปทำงานภาคการเกษตร ในอนาคตก็เป็นเรื่องที่น่ากังวลว่าคนรุ่นใหม่อาจจะเผชิญกับวิกฤตทางด้านอาหารครั้งรุนแรงก็เป็นได้

เพราะฉะนั้น สิ่งที่แคมเปญนี้กำลังทำอยู่จึงไม่ใช่เพียงแค่ส่งมอบประสบการณ์ชิคๆคูลๆครับ แต่อาจจะไปไกลถึงการกำหนดอนาคตความมั่นคงทางอาหารของประเทศก็เป็นไปได้นะครับ นี่คงไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้วครับ

(ถ้าท่านไหนสนใจเข้าเวิร์คช็อป “ปลูกไม้ประแดก” ต้องอดใจรอสักนิดนะครับ ได้ข่าวแว่วๆมาว่าจะจัดกลางเดือนหน้าอีกรอบที่เอกมัย แล้วจะมาบอกข่าวอีกทีนะครับ)

Tagged , , , , , , , , , , ,

Naocrituss’s Blog: #idea4changeTH

idea4change project1-01

เมื่อคุณเจอปัญหาสังคมแล้วก็ได้แต่คิดว่า “ทำไมไม่ลองทำแบบนี้ดูล่ะ” แสดงว่าคุณกำลังมาถูกทางแล้วครับ เพราะโปรเจ็คนี้ต้องการคนที่มีความคิดแบบคุณ
โปรเจ็ค #idea4changeTH เป็นโปรเจ็คที่สร้างขึ้นเพื่อรวบรวมไอเดียการแก้ไขปัญหาสังคมแบบง่ายที่สุด ไม่ต้องคิดละเอียด ขอเพียงแค่มีใจอยากคิดอยากทำ และมองเห็นการแก้ไขปัญหาในมุมที่แตกต่าง
ยกตัวอย่างเช่น 
1. ปัญหาหมาแมวจรจัด เราจะทำคาเฟ่หมาแมวจรจัด ถ้าลูกค้ามากินกาแฟแล้วรู้สึกถูกชะตากับเหมียวตูบตัวไหนก็เอากลับบ้านไปได้เลย หรือ 
2. อยากให้คนไทยอ่านหนังสือมากขึ้น เราก็เอาหนังสือหรือข้อความเด็ดๆมาสแกนเป็น pdf จากนั้นก็นำ QR Code ซึ่งเป็นลิงค์ดาวน์โหลดหนังสือหรือข้อความนั้นไปแปะไว้ตามรถไฟฟ้า สวนสาธารณะ แหล่งท่องเที่ยว เช่น บนรถไฟฟ้าก็จะมีหนังสือเกี่ยวกับการเดินทาง ในสวนสาธารณะก็จะมีหนังสือเกี่ยวกับธรรมชาติ โดยหนังสือและข้อความก็จะมีเนื้อหาธีมเดียวกันกับสถานที่นั้นๆ

จะเห็นได้ว่าไอเดียในช่วงแรกมันก็หยาบๆแบบนี้แหละ ไม่ต้องซีเรียส ขอแค่คิดได้แล้วโปรดเขียนเก็บเอาไว้ เราเชื่อว่าสักวันมันคงจะได้เอาไปใช้จริง 

วิธีการเล่น
1.โพสไอเดียการแก้ไขปัญหาสังคม ไว้บนทามไลน์ของคุณเอง
2.ติดแฮชแท็ก #idea4changeTH
3.ตั้งเป็น Public
4.Mention มาที่เพจ Naocrituss’s Blog
5.กดแชร์ได้เลย
ปอ ลิง. ไม่จำกัดรูปแบบ อาจจะเป็นรูปภาพก็ได้ หรือวิดีโอ หรือสื่ออื่นๆได้ไม่ขัดศรัทธา
ปอ ลิง.ตัวที่สอง ไอเดียที่เจออาจจะไม่ต้องคิดเองก็ได้ ถ้าไปเจอข้อมูลเจ๋งๆควรค่าแก่การแบ่งปัน เพียงแค่แปะลิงค์เอาไว้ ใส่แฮชแท็ก mention มาที่เพจ อันไหนโดนใจเราจะแชร์พร้อมให้เครดิตว่าคุณเป็นคนแนะนำมา

ทำไมถึงทำโปรเจ็คนี้
1.หลายครั้งเวลาเราคิดวิธีการแก้ไขปัญหาสังคมออกเรามักจะปล่อยให้มันหายไปตามกาลเวลา โปรเจ็คนี้จึงสร้างขึ้นเพื่อ “จดบันทึก” พร้อมแบ่งปันเรื่องราวกับเพื่อนๆ ซึ่งไม่แน่ว่าสักวัน ไอเดียที่เราคิดมันอาจจะกลายเป็นจริงก็ได้ ใครจะไปรู้เนอะ
2.อยากทดลองว่า “คนไทย” สนใจเรื่องนี้และมีไอเดียแก้ไขปัญหาสังคมมากแค่ไหน
3.ถ้าแคมเปญนี้มันเวิร์คจริงๆ มันจะต่อยอดไปสู่การสร้างแพลตฟอร์มหรือแอพลิเคชั่นที่เป็นคลังรวบรวมไอเดียที่ใหญ่ขึ้น
4.การโพสแล้วติดแฮชแท็ก มันเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด ซึ่งความง่ายนี้มันอาจจะนำไปสู่การมองโลกในแบบใหม่ เราอยากเห็นคนไทยมีความคิดสร้างสรรค์หยั่งรากลึกไปจนถึงนิสัย และถ้าสร้างสรรค์เพื่อสังคมได้ก็จะดีมากๆ

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับแคมเปญนี้
1.แคมเปญนี้ไม่มีการจัดการแบบมืออาชีพ เน้นทำด้วยใจ เพราะฉะนั้นถ้ามีอะไรผิดพลาดก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ
2.คนที่เห็นแคมเปญนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนของแอดมิน ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ตัวแทนของคำว่า “คนไทย” แน่ๆ เพราะฉะนั้น จึงอยากจะขอแรงทุกท่านที่เห็นแคมเปญนี้ คนละไลค์คนละแชร์ เพื่อให้แคมเปญนี้ไปถึง “คนไทย” จริงๆ
3.โปรเจ็คนี้เล่นได้ในแพลตฟอร์ม FB (อันนี้ต้อง mention เพจหน่อยนะ) Twitter Instagram ซึ่งเราจะติดตามอย่างต่อเนื่อง ทุกอันไม่มีทางเล็ดลอดสายตาไปได้แน่นอน

มีคำถามหรืออยากติชม เรายินดีน้อมรับครับ มีอะไรคืบหน้าแล้วจะมาอัพเดทอีกทีนะครัชชชชชชชช

ติดตามรายละเอียดได้ที่: https://www.facebook.com/naocrituss

Tagged , , , , , , , ,

Thailand Blind Association and Thairath TV: Blind Taste TV

Blind Taste TV

เราคงจะเคยได้ยินคำพูดในทำนองที่ว่าเวลาที่เราเสียประสาทสัมผัสไปด้านหนึ่ง ประสาทสัมผัสด้านอื่นๆจะทำงานได้ดีขึ้น เหมือนกับคนตาบอด ซึ่งแม้ว่าเขาจะมองไม่เห็น แต่ทักษะประสาทด้านการรับรส การได้ยิน การได้กลิ่นและการสัมผัสเพิ่มพูนขึ้นมา เป็นการปรับตัวตามธรรมชาติเพื่อให้มีชีวิตอยู่ในระบบนิเวศต่อไปได้

หันมามองอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องรายการวิจารณ์อาหาร เรามักจะเห็นเหล่าเซเลปหรือบรรดาเชฟมือทองทั้งหลายทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินว่าจานไหนได้เรื่องหรือไม่ได้เรื่อง ซึ่งก็มีเกณฑ์แตกต่างกันไปตั้งแต่เรื่องของหน้าตา รสชาติ ความสดของวัตุดิบ ความคิดสร้างสรรค์ บลาๆๆ

แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ารายการวิจารณ์อาหารถูกตัดสินด้วยรสชาติล้วนๆ ด้วยลิ้นของคนตาบอด ผู้ซึ่งไม่มีอคติด้านรูปลักษณ์การจัดแต่งอาหาร

ผมคุ้นๆว่าเคยดูวิดีโออีกตัวหนึ่งผ่าน (ถ้าเจอแล้วจะเอามาแปะให้นะครับ) ถ้าจำไม่ผิด ลักษณะการดำเนินรายการจะเป็นแบบชวนให้คนตาปกติมาลองกินข้าวแบบปิดตาดู เหมือนเป็นการทดลองไปในตัว ซึ่งงานนี้ต้องขอชื่นชมสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทยและไทยรัฐทีวีที่มองเห็นความสำคัญของกลุ่มผู้พิการทางสายตาด้วยนะครับ

ผมยังมีประเด็นอีกประเด็นหนึ่งคือเรื่อง Content ของรายการ อยากรู้ว่าถ้าฉายออกไปสักสองสามเทปมันจะเริ่มฝืดหรือไม่ รูปแบบรายการจะมีการเปลี่ยนหรือเปล่า ผมว่าประเด็นนี้น่าสนใจ แต่ยังไงก็ตามผมคิดว่าแคมเปญนี้เป็นแคมเปญริเริ่มที่เจ๋งมาก ผมสนับสนุนครับ 😀

In Thailand, blind people are often perceived to be inferior but losing one sense enhances the others; especially a sense of taste. We helped thailand association of the blind create blind taste, a food critic tv show Hosted by blind people in order to find restaurants where food is all about the taste rather than their looks. The show became instant hits. The blind is not only capable of being a lotto seller but the one with a real ability.

Advertising Agency: BBDO and Proximity Thailand

Tagged , , , , , , , ,

Seub-Nakhasathien Foundation: The Virtual Fence Project

VIRTUAL FENCE PROJECT

ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้สูญเสียพื้นที่ป่าไปมากกว่า 25% ป่าสงวนถูกบุกรุกเพื่อทำการเกษตร สร้างรีสอร์ทและสนามกอล์ฟ เนื่องจากไม่มีการปักปันเขตแดนที่ชัดเจนระหว่างพื้นที่ที่ถูกและผิดกฎหมาย

มูลนิธิสืบฯ องค์กรด้านสิ่งแวดล้อมที่เรารู้จักกันดีมีแนวคิดว่าอยากจะสร้างบางสิ่งบางอย่างที่จะช่วยให้ผู้คนได้ตระหนักถึงปัญหาการบุกรุกพื้นที่ในเขตป่าสงวน พร้อมกับสร้างกลไกที่จะช่วยรักษาพื้นที่ป่าในระยะยาว

อย่างที่เรารู้กันครับ คนไทยติดมือถือ ไปกินข้าวก็ต้องถ่ายรูป ไปเที่ยวไหนก็ต้องเช็คอิน แคมเปญนี้จึงสร้างขึ้นเพื่อให้สองคล้องกับจริตคนไทย นี่จึงเป็นที่มาของ “The Virtual Fence Project” แคมเปญสร้างเขตกั้นสมมติที่ทำให้นักท่องเที่ยวรู้ว่าพื้นที่ไหนเข้าได้บ้าง ด้วยการส่งอาสาสมัครเข้าไปปักธงเช็คอินเป็นแนวยาวตลอดเขตป่าสงวนเพื่อคอยเตือนไม่ให้นักท่องเที่ยวบุกรุกพื้นที่ เรียกได้ว่าเป็นแคมเปญที่ฉลาดประยุกต์ใช้เทคโนโลยี โดยที่แทบจะไม่ต้องเสียงบประมาณเลย

แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ยังสงสัยว่า เวลาเข้าป่าคนเราจะมีกะจิตกะใจเล่นมือถือหรือเปล่า สมมติว่าเล่น พื้นที่แถวนั้นสัญญาณอินเตอร์เน็ตจะเข้าถึงมั้ย น่าคิดเหมือนกันนะครัช แต่โดยรวมแล้วเป็นโปรเจ็คที่น่าสนใจและใช้งบประมาณน้อยมาก ยังไงผมก็สนับสนุนโปรเจ็คดีๆแบบนี้ครับ

In the past 30 years, Thailand had lost more than a quarter of forest area. Protected forests were trespassed and turned into resorts, farms, and golf courses because the boundaries between “legal” and “illegal” were never clearly defined. Seub-Nakhasathien Foundation, Thailand most famous foundation to promote nature conservation, wants to find an easy way to enhance awareness and develop mechanisms to encourage active participation in the forest conservation. Since Thai tourists always check-in and share their location on their social network from their smartphones, CJ WORX Bangkok created THE VIRTUAL FENCE PROJECT, which allows us to virtually pin point borderlines and reclaim forest territories, using Foursquare to promote forest conservation with just a simple tap of a “check-in” button.

Advertising Agency: CJ WORX Bangkok

Tagged , , , , , , , , , , ,

Optic Square: Light Adaptive Poster

Light Adaptive Poster

The world’s first light adaptive poster to demonstrate the exact benefit of Light Adaptive Lenses which is able to transform your eyeglasses into sunglasses automatically when exposed to sunlight.

Advertising Agency: BBDO and Proximity Thailand

Tagged , , , , , , ,

AIS, Thailand: BLOOD OF HOPE

Blood of Hope

Every year in Thailand, thousands of people die because they don’t receive blood in time. This happens during accident-heavy periods like the Thai New Year. And the recent political protests, saw over 1,000 people injured. Meanwhile, in the 3 Southernmost provinces, villagers are wounded daily by terrorist attacks. All of these situations combined mean a blood bank crisis. Thousands of people try to help by posting blood requests on social networks. But finding blood takes time. Most of the time, when potential donors see the post, it’s too late. So how can we find a more efficient way to connect these people? AIS, as a mobile phone operator which connects people, saw the opportunity and wants to create a CSR campaign to increase brand preference. AIS presents BLOOD OF HOPE, the largest social donor network that turns every smartphone into a life saving platform.

BLOOD OF HOPE, mobile application, is a more efficient way to connect those who need blood with those who can donate. It is a long-term platform that contains blood database of the donors. All it takes is the help of Thais to register their blood group. When an emergency occurs, donors will be sent a notification through the application, asking them to donate. After that they are pointed to the nearest hospital to complete the donation. Saving someone’s life could be as simple as that.

Within 1 week, 5% of people that needed blood had been helped through the application’s donors. It was talked about and recommended on Facebook pages as well as by doctors and relatives of numerous patients. This is just the start and hundred organizations are on the list to support the program. Imagine the difference this would make to someone whose survival depends on a blood donation, losing hope as each minute passes.

Agency: CJ WORX Co., Ltd., Bangkok

Tagged , , , , , , , ,

Self-Made Tropical Dome by Steve Areen, Thailand

steveareen1

Photographer and musician Steve areen recently finished his dome house on a gifted piece of land on his friend’s mango field. His friend Hajjar Gibran and his son-in-law Tao, local designers and builders, develop unique homes and influenced steve’s desire to create one for himself.  Without the availability of compressed earth blocks, concrete masonry units were used to build the primary structure, not unlike the construction of an igloo. Circular wooden blockouts are used to frame the cantilevering windows before the first layer of plaster is applied which effectively seals the interior. A  final, vibrant layer of plaster is applied to the interior and exterior, giving the house it’s bright luster in the tropical forest.

Six weeks and 9,000 dollars later, Steve had his very own self-built home. the construction itself landed around 6,000 dollars with the finishes coming in at under 3,000, but Steve also notes that the price is unique to the country. Hajjar, who has now developed a method for producing compressed earth blocks, hopes to begin a new campaign to continue building more efficient homes of similar styles.

steveareen2 steveareen3 steveareen4

read more: http://www.designboom.com/architecture/steve-areen-builds-a-dome-home-in-6-weeks-for-9000-dollars-4-7-2014/

Tagged , , , ,

What if colonel Sanders do really existed nowaday!

colonel

To celebrate 30th anniversary of KFC in Thailand, this campaign were launched to delivering happiness to the costomers as the motto “Service is the best thing in the world you can give to your customers”, said Colonel Sanders.

Tagged , , , , , ,

#lowcostcosplay

If we go by the typical standard metrics by which cosplay is judged, you might say this cosplay isn’t very good. That it’s bad. Or even terrible. But those standards don’t matter. This is totally wonderful, incredibly creative and utterly brilliant.

Meet Anucha “Cha” Saengchart. By day, he works as a caretaker for the elderly. In his free time, he runs Facebook page Lowcost Cosplay. Instead of tracking down special fabrics or other materials, the idea is that you cosplay by using whatever you have in the house — like eating utensils, plungers, towels, baking flour, etc.

Check this out for more ideas~! Lowcostcosplay

source: http://www.kotaku.com.au/2014/03/one-mans-terrible-cosplay-makes-the-internet-a-better-place/

One Man's "Terrible" Cosplay Makes the Internet a Better Place

Tagged , , ,

My Beautiful Woman

Wacoal Thailand, the Thai division of the intimate apparel company Wacoal, has recently filmed and released three powerful short films collectively entitled “My Beautiful Woman.” Each of these films are based on the true stories of women who went beyond the call of parenthood, love and community without the desire for any form of outward recognition. All three of the stories are emotionally powerful in their own respect and leave both incredible inspiration and several lasting messages for the viewer to take in.

Don’t worry, there are English subtitles if you don’t understand Thai.

You can find more information about these films on the My Beautiful Woman website, or the Wacoal Thailand YouTube Channel.

See more at: http://www.collective-evolution.com/2014/02/07/3-touching-short-films-that-we-all-need-to-watch/#sthash.SxEujAqQ.dpuf

Tagged , , , , , , ,