Tag Archives: USA

Partnership For a Healthier America: Meet The Drink Up Fountain

Meet the Drink Up Fountain1

น่าเสียดายที่ก๊อกน้ำดื่มสาธารณะในต่างประเทศมีภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากบ้านเราอย่างสิ้นเชิง ไม่งั้นเราอาจจะได้เห็นแคมเปญสนุกๆแบบนี้

แคมเปญนี้เกิดขึ้นที่สหรัฐอเมริกาครับ องค์กรที่ชื่อว่า Partnership for a Healthier America ซึ่งผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นเครือข่ายองค์กรที่สนับสนุนส่งเสริมสุขภาพ (น่าจะคล้ายๆ สสส. ในบ้านเรา) เค้าต้องการจะโปรโมทให้คนอเมริกัน “ดื่มน้ำ” ให้มากขึ้น (เข้าใจว่าน้ำจะช่วยปรับสมดุลในร่างกาย) เค้าก็เลยติดตั้งก๊อกน้ำในที่สาธารณะเพิ่มเติม ให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาหรือทำกิจกรรมอยู่มากดดื่มกันได้ฟรีๆ

แต่ครั้นจะทำแบบธรรมดาก็คงไม่มีใครสนใจ เค้าก็เลยจัดการยัดแผงวรจรควบคุมเสียงกับลำโพงเข้าไปไว้ในตู้ …… ใครก็ตามที่ได้มาดื่มน้ำที่ก๊อกน้ำนี้ จะได้ยินเสียงก๊อกน้ำคุยกับเรา!!

หลักการเค้าง่ายมากครับ เวลาที่คุณจะดื่มน้ำคุณจะต้องกดปุ่ม ซึ่งตัวปุ่มนั้นจะทำมาจากวัสดุนำไฟฟ้า เมื่อกดปุ่มน้ำก็จะพุ่งออกมา และเมื่อปากเราไปแตะน้ำปุ๊ป เสียงมันก็จะดังขึ้นมา เนื่องจากการครบวงจรของไฟฟ้าไปกระตุ้นให้ระบบเสียงมันทำงาน!! เพียงเท่านี้ก๊อกน้ำกากๆเพลนๆก็ดูน่าสนุกขึ้นมาทันตาเห็น น่าใช้มั้ยละครับ

ลองคิดเล่นๆว่าสมมติเราอยากให้คนไทยดื่มน้ำกันมากขึ้น เพราะเมืองไทยเมืองร้อน จะทำแคมเปญหน้าตาออกมาแบบไหนดีนะ?

Meet the Drink Up Fountain2 Meet the Drink Up Fountain3 Meet the Drink Up Fountain4

Advertising Agency: Y&R New York and VML New York

Tagged , , , , , ,

Nevada Resort Association Environmental Initiative: Light it Up

light it up1

แคมเปญนี้จะออกแนววิทยาศาสตร์หน่อยนะครับ แล้วก็ขอดักไว้ก่อนว่าถ้าอยากจะดูเอาซึ้งๆหรือน้ำตาแตก แคมเปญนี้คงทำไม่ได้นะฮะ

เรื่องมันเกิดที่รัฐ Nevada สหรัฐอเมริกา ถ้าพูดถึงเรัฐ Nevada ปุ๊ป ภาพที่ตามมาก็คงจะเป็น Las Vegas มหานครที่ไม่เคยหลับไหลซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมความบันเทิงแบบครบวงจร ถึงขนาดมีคนบอกว่าถ้ามองจากนอกชั้นบรรยากาศ Las Vegas เป็นเมืองหนึ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากันเลยทีเดียว

แต่ก็นั่นแหละครับ ความสว่างไสวทั้งวันทั้งคืนก็ต้องแลกมากับการบริโภคพลังงานอย่างมหาศาลถึง 146 เมกะวัตต์ต่อปี ถามว่ามากขนาดไหน ในวิดีโอเค้าเทียบว่ามากกว่าเกาะฮ่องกงใช้ทั้งปี 3.5 เท่า (ปี 2013)

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าหากเราผสมคาร์บอนไดออกไซด์กับ Fluid Electrolyte (รบกวนท่านที่มีความรู้อธิบายคร่าวๆหน่อยครับ) ก็จะเป็นอีกวิธีหนึ่งในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ แต่คำถามมันติดอยู่ตรงที่ว่าเราจะไปหาคาร์บอนไดออกไซด์ได้ที่ไหน

คำตอบคือ “บุหรี่ไงครับ”

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าเค้าอนุญาตให้สูบบุหรี่ภายในอาคารได้ ไม่ผิดกฎหมาย ทาง Nevada Resort Association จึงริเริ่มแคมเปญ Light it up ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ที่ดักจับควันบุหรี่เพื่อแปลงไปเป็นกระแสไฟฟ้า ซึ่งเค้าบอกว่าบุหรี่ที่ดูดหมดหนึ่งตัวจะให้พลังงานได้ 0.33 เมกะวัตต์ โดยในแต่ละวันจะมีคนสูบบุหรี่ใน Las Vegas ประมาณวันละ 950,000 ตัว นั่นเท่ากับว่าในหนึ่งปีเราจะสามารถผลิตไฟฟ้าจากบุหร่ได้ถึง 11.5 เมกะวัตต์กันเลยทีเดียว (ให้นึกภาพว่าใช้ 146 แต่แบ่งเบาไปได้ 11.5 นั่นเท่ากับว่าต้นทุนของการบริหารจัดการในเมืองนี้จะถูกลงเกือบ 10% ซึ่งในระระยาวถือว่าคุ้มมากๆ)

ก็ถือว่าเป็นแคมเปญแปลกๆที่ไม่ต้องไปจ้ำจี้จ้ำไชบอกว่า “บุหรี่ไม่ดีนะ” โจทย์ของแคมเปญนี้คือการใช้ประโยชน์จากคนที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว นั่นเท่ากับว่าคนที่สูบบุหรี่เค้าแทบจะไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเลย

อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิด ว่าผมสนับสนุนให้สูบบุหรี่เพื่อไปผลิตกระแสไฟฟ้ากันนะครับ ไม่ใช่ว่าดูแคมเปญนี้จบแล้วก็ไปตะบี้ตะบันตะบันสูบ ควันมันคงไปไม่ถึง Las Vegas หรอกนะ

จริงๆแล้วก็น่าเอามาปรับใช้กับเมืองไทยดูมั่งนะ เพราะคนไทยก็สูบบุหรี่ก็ไม่น้อยเลย เพียงแต่ติดที่ว่าส่วนใหญ่เค้าห้ามสูบบุหรี่ในตัวอาคาร คงทำแบบในเคสนี้ไม่ได้ น่าคิดเหมือนกันว่าไหนๆเค้าก็สูบบุหรี่อยู่แล้ว เราจะสร้างประโยชน์จากคนกลุ่มนี้เพื่อเหตุผลทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมในวิธีอื่นๆได้หรือไม่

light it up2 light it up3 light it up4 light it up6

Advertising Agency: Miami Ad School, New York, USA

Tagged , , , , , , , , ,

Always: #LikeAGirl

likeagirl1

“เหยาะแหยะแบบนี้ไปเอากระโปรงมาใส่ซะ!”  “ร้องไห้อย่างกะเป็นผู้หญิงไปได้” คำพวกนี้คุ้นๆกันบ้างไหมครับ?

แหม่ จั่วมาขนาดนี้แล้วก็คงรู้กันนะว่าวันนี้เรามีแคมเปญเกี่ยวกับประเด็นทางด้าน “เพศ” มาให้ได้ดูกัน

เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า Always ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ขายของเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพและความงามของคุณผู้หญิง ซึ่งเป็นเครือหนึ่งในยักษ์ใหญ่ P&G คงจะเดาได้ไม่ยากว่าเมื่อเชื่อมโยงตัวแบรนด์เข้ากับการทำแคมเปญอะไรซักอย่างแล้ว ประเด็นเรื่อง “เพศ” ก็น่าจะเป็นประเด็นที่เป็นตัวชูโรงที่ดีที่สุดสำหรับการทำแบรนด์

แคมเปญนี้เป็นแคมเปญเชิงทดลองครับผม เริ่มต้นด้วยการเชิญ “ใครก็ไม่รู้” ทั้งหญิงและชายเข้ามาในสตูดิโอ เพื่อให้มาถ่ายทำอะไรบางอย่างที่แม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังไม่รู้สู้ดีนัก และสัมภาษณ์เป็นรายบุคคลไป

จนเมื่อคนเหล่านั้นมาอยู่หน้ากล้อง โปรดิวเซอร์ก็บอกว่าให้ทำตามที่ฉันสั่งนะ เริ่มด้วยการสั่งให้ “Run like a girl” ซึ่งก็พอคาดเดาได้ว่าสิ่งที่แสดงออกมาก็ดูเหยาะแหยะไม่มีพลัง จากนั้นก็มีคำสั่งให้ Fight like a girl, Throw like a girl (ขออนุญาตไม่แปลนะครับ) ซึ่งก็ออกมาเหมือนกับอันแรกเลยครับ ดูเหยาะแหยะ มุ้งมิ้งงุ้งงิ้ง เห็นแล้วหงุดหงิด

การทดลองจาคนกลุ่มแรกจบไป ทีมงานก็ได้เชิญให้เด็กสาวที่น่าจะอายุยังไม่เกิน 10 ปีมาทำในแบบเดียวกันกับคนชุดแรกครับ แต่สิ่งที่แสดงออกมามันต่างกันลิบลับ (ต้องดูวิดีโอครับ) พลังมาเต็มมาก ท่าทางที่แสดงออกดูทะมัดทะแมง ไม่มีความเหยาะแหละหลงเหลือให้เห็นเหมือนกับการทดลองกับกลุ่มคนชุดที่แล้ว

จุดพีคของแคมเปญมันอยู่ที่ต้องนี้ครับ! เมื่อให้คนกลุ่มแรกได้เห็นการแสดงท่าทางของเด็กสาวในกลุ่มที่สอง ต่างก็ยอบรับกันเป็นเสียงเดียวกันว่า wording ของคำว่า “(something) like a girl” ภาพในจินตนาการของพวกเขา มันมีความหมายที่แสดงถึงความอ่อนแอ ดูถูกเหยียดหยัน หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มีความหมายในเชิงที่ด้อยกว่า การแสดงออกของคนกลุ่มแรกจึงออกมาในลักษณะเหยาะแหยะ ไร้พลัง ซึ่งในครั้งแรกที่ได้ดูก็ “เออว่ะ” คำบางคำมันแฝงไปด้วยคำดูถูกเหยียดหยัน แต่เราก็พูดมันออกไปโดยไม่ได้คิด หรือบางครั้งก็กลายเป็นเรื่องตลกไปเลย

ก็นับได้ว่าแคมเปญนี้ได้หยิบเอา wording บางอย่างมาพูดมาสื่อสารได้อย่างน่าสนใจและเห็นได้ชัดเจนมาก ซึ่งผมคิดว่าในเมืองไทยก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก เพราะผมก็เคยเห็นเคยได้ยินคำเหยียดเพศเหล่านี้ออกมาจากปากของผู้หญิงเสียเอง ดังนั้นครั้งต่อไปจะคิดจะพูดอะไรก็ต้องระวังกันนิดนึงนะครับ เพราะผู้หญิงที่เค้าซีเรียสเรื่องนี้ก็เค้าอาจจะไม่ตลกกับเรา จะพากันเสียบรรยากาศการสนทนากันซะเปล่าๆนะตัวเธอว์

Advertising Agency: Leo Burnett Chicago

likeagirl2 likeagirl3

 

 

Tagged , , , ,

States United To Prevent Gun Violence: Unload Your 401k

Unload Your 401k

บอกตรงๆเลยว่าแคมเปญนี้ค่อนข้างแรง อันนี้ก็แล้วแต่วิจารณญาณของผู้อ่านทุกท่านนะครับ ถ้ามีข้อมูลเพิ่มเติมก็รบกวนช่วยบอกด้วยนะครับ ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านท่านอื่นๆ

เรื่องมันมีอยู่ว่า “การค้าอาวุธเสรี” เป็นประเด็นปัญหาที่ถกเถียงกันมานานในสหรัฐอเมริกา ฝ่ายที่ต่อต้านก็มักจะมองว่าการค้าอาวุธเสรีเป็นภัยคุกคามต่อชีวิตของพวกเขา เนื่องจากคนทั่วๆไปสามารถซื้ออาวุธได้โดยแทบไม่มีการเช็คประวัติผู้ซื้อ ทำให้เกิดการฆ่าหมู่ในหลายๆเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ในขณะที่ฝ่ายสนับสนุนมองว่าเป็นเรื่องของการมีอาวุธไว้ป้องกันตัวเอง ประกอบกับมีสมาคมผู้ค้าอาวุธไรเฟิลหนุนหลังอยู่ เป็นองค์กรที่มีอำนาจมากขนาดที่สามารถเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐได้ เห็นกันชัดๆก็คือสามารถดึงเงินออมจากกลุ่มคนทำงานไปลงทุนในบริษัทค้าอาวุธได้แบบเนียนๆ ภายใต้ชื่อ “แผนการลงทุนหลังเกษียณ 401k”

คราวนี้เรื่องมันก็เริ่มแดงตรงที่มีคนนับ 51 ล้านคนที่อยู่ในระบบแผนการลงทุน 401k แทบไม่รู้ว่าเงินของพวกเขาถูกลงทุนในบริษัทค้าอาวุธ ซึ่งในจำนวนนั้น มีญาติของผู้เสียชีวิตจากฆ่าหมู่ในเหตุการณ์ โรงหนัง Aurora , Sandy Hook และเหตุการณ์โด่งดังอื่นๆ แคมเปญนี้จึงจัดขึ้นเพื่อบอกเล่าข่าวสาร คงน่าปวดใจมากเมื่อได้รู้ว่าเงินของพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องทำให้บุคคลอันเป็นที่รักของเขาต้องตาย ในขณะที่บริษัทขายอาวุธยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้แคมเปญนี้ยังได้สร้างเว็บไซท์เพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมแคมเปญได้ตรวจสอบว่าเงินของพวกเขาอยู่ใน 401k อยู่มากเท่าไหร่ พร้อมกับ option ที่เสนอให้ถอนการลงทุนของพวกเขา

โดยส่วนขอไม่ตัดสินเหตุการณ์นี้ เพราะเชื่อว่าคงยังมีเรื่องราวมากกว่าที่เรารู้ อีกทั้งตรรกะและแคมเปญมีลักษณะชี้นำค่อนข้างรุนแรง แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ วิธีการสื่อสาร ซึ่งมุ่งเน้นกับขับเน้นทางอารมณ์มาก นับเป็นดาบสองคม  ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะนำมันไปใช้แบบไหน

ขอเตือนอีกครั้งนะครับ โปรดใช้จักรยานในการรับชม

This film holds a dark truth that 51 million Americans should know.

In the 15 years since Columbine, our nation has seen over 1.4 million people injured or killed by guns, and gun companies have made more money year after year. We brought victims of gun violence together to discuss the problem and to ask: How much of the gun industry’s growth is actually coming from us all? Go to http://unloadyour401k.com/ to find out.

Advertising Agency: Grey New York

Tagged , , , , , , , ,

Bellefaire JCB: Take a closer look

Take a closer look

Take a closer look at youth homelessness!

Our campaign seeks to inform and educate the public about the everyday life-or-death situations faced by homeless youth throughout Northeast Ohio while empowering them to help. “Somebodies,” lifelike &visually striking faceless figures, have been placed all over Greater Cleveland, wearing messages sharing the reason behind their homelessness. By giving these youth a voice and calling attention to their issues – that these are not “bad kids,” these are kids without any other options – we hope to spearhead the effort to end youth homelessness throughout Northeast Ohio and beyond!

Advertising AgencyDoner, USA

Tagged , , , , ,

This Artist Turns Trash Into Homes For The Homeless

recycled-homeless-homes-project-gregory-kloehn-17

Gregory Kloehn is a kind-hearted and crafty artist in Oakland, California who had the brilliant idea of creating small mobile homes for homeless people out of recycled and reclaimed materials found on the street. He began his Homeless Homes Project when he realized that he could apply his artistic and construction skills to help people in need.

The first step is when Kloehn goes dumpster-diving in an industrial Oakland neighborhood prone to illegal waste dumping. He selects parts for his practical architectural creations and puts them together out of whatever he finds – the foundations can be cargo pallets, the door can be a refrigerator door, and the windows can be anything – even laundry machine doors. Every sofa-sized home is built on wheels so that it can be pushed around and has a slanted roof so that rain rolls right off. Otherwise, each home is different – one might have a mirror and another might have shelves or cup.

What’s important, however, is that each one puts a roof over a homeless person’s head – however small that roof might be. Kloehn has enlisted the help of volunteers and even youth from a local high school to help build his creations. To donate to his cause or help out, be sure to visit his website.

Source: homelesshomesproject.org | Facebook | seenimages.com (h/t: huffingtonpost)

recycled-homeless-homes-project-gregory-kloehn-15 recycled-homeless-homes-project-gregory-kloehn-19 recycled-homeless-homes-project-gregory-kloehn-20 recycled-homeless-homes-project-gregory-kloehn-1 recycled-homeless-homes-project-gregory-kloehn-2 recycled-homeless-homes-project-gregory-kloehn-3 recycled-homeless-homes-project-gregory-kloehn-4 recycled-homeless-homes-project-gregory-kloehn-5 recycled-homeless-homes-project-gregory-kloehn-8 recycled-homeless-homes-project-gregory-kloehn-10 recycled-homeless-homes-project-gregory-kloehn-11 recycled-homeless-homes-project-gregory-kloehn-12 recycled-homeless-homes-project-gregory-kloehn-13 recycled-homeless-homes-project-gregory-kloehn-14

Read more athttp://www.boredpanda.com/recycled-homeless-homes-project-gregory-kloehn/

Tagged , , , , , , , ,

Water is Life: The Drinkable Book

The Drinkable Book

ถ้าวันนี้มีคนตั้งโจทย์ว่า “เราจะแก้ปัญหาการเข้าไม่ถึงแหล่งน้ำสะอาดในประเทศกำลังพัฒนาได้อย่างไร” เป็นคุณ คุณจะตอบยังไงครับ

ถ้าเป็นเรานะ เราก็คงจะต้องสร้างเครื่องกรองน้ำดีๆ ที่ราคาไม่แพงมาก หรือไม่ก็สร้างระบบบำบัดน้ำ แบบว่าเล่นใหญ่ไปเลย ก็อย่างที่คิดล่ะครับ วิธีการแบบนั้นมันใช้เงินมหาศาล

แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเรามีวิธีการแก้ไขที่ใช้เงินน้อยกว่านั้นหลายเท่าตัว ในบางครั้งการคิดใหญ่ก็ไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไป ลองคิดเล็กดูบ้างแล้วเราจะเห็นว่าวิธีการแก้ไขปัญหามันอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก วิธีการนี้ก็คือการกรองแบบ “บ้านๆ” นี่เอง ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีอะไรให้มันยุ่งยาก ครั้งจะทำเป็นแผ่นกรองธรรมดาก็คงจะดูทื่อๆไป ก็เลยต้องเพิ่มกิมมิคอีกสักนิด จนสุดท้ายหน้าตาก็ออกมาเป็น “หนังสือ”

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่มีเนื้อหาเสริมสร้างพฤติกรรมการดื่มน้ำสะอาด พิมพ์ด้วยวิธีการพิเศษ เคลือบด้วยสาร Silver Nano มีคุณสมบัติในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียน อหิวาตกโรค ไทฟอยด์และอีโคไลได้ถึง 99.99% ซึ่งความสะอาดเทียบเท่ากับน้ำประปาในสหรัฐได้เลย หนึ่งแผ่นกรองสามารถกรองน้ำได้ถึง 30 วัน เมื่อรวมทั้งเล่มแล้วเค้าเคลมว่าสามารถกรองน้ำได้ถึง 4 ปี!!! เทียบกับวิธีที่เราเสนอตอนแรกนี่มันฟ้ากับขุมนรกอเวจีชัดๆ มายกอชช

The Drinkable Book is a life saving tool that filters water and teaches proper sanitation & hygiene to those in the developing world.

Each book is printed on technologically advanced filter paper, capable of killing deadly waterborne diseases. Each page is coated with silver nanoparticles, whose ions actively kill diseases like cholera, typhoid and E. coli.

Once water is passed through the filter, bacteria count is reduced by over 99.99%, making the filtered water comparable to tap water in the United States of America.

This filter paper will revolutionize water purification. It costs only pennies to produce, making it by far the cheapest option on the market. Each filter is capable of giving someone up to 30 days worth of clean water, and each book is capable of providing someone with clean water for up to 4 years.

Agency: DDB New York

Tagged , , , , , , , , , , , , ,

Ximo Abadia: The Appstrip by Ximo

The Appstrip by Ximo

To promote my graphic novels, I created The Appstrip by Ximo, an unprecedented mobile experience that gives the classic comic strip a digital twist.

You need to download the four apps for complete experience. Download them for free on Google Play:
https://play.google.com/store/search?…

Advertising AgencyWing, New York, USA

Tagged , , , , , , , , ,

End It Movement: See through truck

endit

Every year, thousands of girls are bound into sexual slavery. Many are trafficked to major sporting events around the United States. The average age these girls is fourteen.

We partnered with the End It Movement to raise awareness about the horrors of sex trafficking. The plan: disrupt the Final Four basketball tournament by viscerally exposing the reality of the sex trade that happens around it. The stunt is predicated on a simple idea – if you could see it, would you end it? We stripped away the solid sides of a box truck and replaced them with glass – revealing the brutal realities of human trafficking – as the truck was filled with actors portraying women who had been sold into sexual slavery. This scene moved through the crowds outside the Final Four basketball tournament, interrupting the revelry with a cold look at the truth. Dirty, bruised and terrified women were shown as captives.

Crowds were within inches of the scene, forced to confront an ugly reality. The reactions ranged from shock to outrage to heartbreak and the media and social response was swift and dramatic. The story was immediately picked up by news organizations, social sites, blogs, and journalists worldwide. In less than two days, the related YouTube video had racked up over 150 thousand hits and was climbing by 2k-3k hits daily from organic non-promoted, nonpaid views. Then something unexpected happened. The day after the event, the FBI launched a sting operation targeting sex traffickers. So while we are proud of our marketing numbers, here are the numbers that count: twenty-one arrested for child exploitation. Seven children rescued. Hopefully, this is just the beginning.

source: adforum

Agency: Sapient Nitro, Atlanta

Broadcast on April 6, 2013

Tagged , , , , , , , ,