Category Archives: Marketing

[Event] Cannes Lion For Good 2014 at Ma:D

CFG1-01

จบไปเรียบร้อยสำหรับอีเวนท์แรกในชีวิต Cannes Lion For Good 2014 ฟัง Feedback คร่าวๆก็ได้หายใจยาวๆพร้อมกับอุบานเบาๆว่า “รอดแล้วกรู!”

แรกเริ่มเดิมทีงานนี้มันเกิดขึ้นจากที่ผมเขียนบล็อกแนวแคมเปญเพื่อสังคมมาสักพักหนึ่ง ยิ่งเขียนก็ยิ่งรู้สึกว่าถ้าได้ลองทำแคมเปญแบบนี้ในเมืองไทยบ้าง มันก็น่าสร้างมีปรากฏการณ์ใหม่ๆให้กับสังคมบ้านเรา ไปเจอแคมเปญที่ไหนมาก็จะเอามาเล่าให้ทุกๆคนที่ได้เจอฟัง จนกระทั่งวันหนึ่ง พี่กิฟ (มาดี) ไม่รู้เกิดรำคาญหรือยังไงเพราะผมเล่าให้ฟังเกือบทุกวัน พี่เค้าก็เลยบอกว่างั้นลองจัดงานที่เล่าเรื่องแคมเปญดูดีมั้ย? เหมือนสวรรค์ดลใจ อะไรมันจะเข้าทางผมขนาดนี้!

ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวกันหน่อย ผมชื่อปืนครับ จบรัฐศาสตร์การระหว่างประเทศที่ธรรมศาสตร์ และการที่ผมสนใจงานแคมเปญด้านสังคมมันแทบจะไม่ได้เฉี่ยวกับเรื่องที่ผมเรียนมาเลยซักกะนิด ผมทำกราฟฟิกไม่เป็น พูดก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ก็ยังโชคดีที่ยังได้ตามงานโฆษณามาสม่ำเสมอ ก็เลยเริ่มเห็นเค้าว่างานโฆษณาหลายชิ้นถ้าเอามาปรับใช้กับประเด็นทางสังคมในบ้านเรา มันน่าจะไปได้ไกลและเปลี่ยนแปลงสังคมได้

สี่เดือนก่อนผมก็เลยเริ่มเขียนบล็อกที่รวมรวบเรื่องราวความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมและแคมเปญเพื่อสังคม และก็ทำเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ผมก็ได้สร้างเพจขึ้นมาเพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการกระจายข่าวสารแคมเปญทั้งหลายแหละ เชิญติดตามกันได้ที่ Naocrituss’s Blog ครับผม

———————————————————————————————————–

สำหรับงานในครั้งนี้ เราได้รับเกียรติจากพี่แกละ ซึ่งเป็น Associate Creative Director ที่ Ogilvy แล้วพี่เค้าก็เป็นครีเอทีฟเจ้าของผลงานที่ได้รับรางวัลคานส์ไลออน 3 ปีซ้อน เริ่มตั้งแต่ Hair for hope (โรงพยาบาลจุฬาภรณ์), Cut to build (OLFA) และ Return of the ashes (กรมป่าไม้) ได้รับรางวัล Bronze จากเวทีคานส์ไลออนปีล่าสุด

มาเข้าเนื้อหากันเลยดีกว่า!

งานชิ้นแรก เป็นแคมเปญที่เกี่ยวกับการค้ากามผ่านเว็บแคม ซึ่งกำลังเป็นกระแสระบาดไปทั่วโลก เค้าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร เชิญชมครับ

แคมเปญชิ้นที่สอง พูดถึงมหาเศรษฐีชาวบราซิลคนหนึ่งที่วันดีคืนดีเกิดนึกครึ้มอะไรก็ไม่รู้ แกบอกจะฝังเบนท์เล่ราคาครึ่งล้านเหรียญไว้ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน บอกว่าจะเอาไปใช้ตอนแกตาย แกทำแบบนั้นทำไม ไปดูกันครับ

แคมเปญที่ 3 พูดถึงเด็กน้อยที่เป็นมะเร็ง เราจะใช้วิธีแบบไหนที่ทำให้พวกเขาไม่ต้องรู้สึกว่าต้องอยู่สู้กับโรคร้ายนี้เพียงแค่คนเดียว

แคมเปญที่ 4 แคมเปญนี้ผมชอบมากที่สุด เพราะโดยปกติเวลาเราพูดถึงผู้ป่วยมะเร็งเมื่อไหร่ ภาพการทำแคมเปญในหัวจะปิ๊งขึ้นมาทันทีว่าต้องเป็นแนว “ดราม่า” แต่แคมเปญนี้ไม่ครับ เค้ากลับพลิกแคมเปญนี้ให้มี mood and tone แบบ  Feel Good ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจมาก ต้องดูอย่างแรง

แคมเปญต่อมา พูดถึงเรื่องผลผลิตทางการเกษตรในระบบอุตสาหกรรม ที่ต้องมีการคัดไซส์คัดน้ำหนัก คำถามคือ ผักผลไม้ที่ไม่ผ่านมาตรฐานหรือหน้าตาอัปลักษณ์ล่ะ มันหายไปไหน?

แคมเปญต่อไป เป็นเรื่องของการเชื่อมโยงกลุ่มคนสองกลุ่มที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวให้มาเกี่ยวกันได้อย่างน่าทึ่ง คนหนึ่งอยากฝึกภาษา อีกคนนึงอยากมีใครสักคนคอยคุยด้วย ในที่สุดพวกเขาก็ได้พบกัน ส่วนตัวผมชอบวิดีโอ เค้าทำออกมาได้อบอุ่นมากจริงๆ

แคมเปญที่ 7 ลืมภาพการขอรับบริจาคเงินตามสะพานลอยไปได้เลย เพราะครั้งนี้ เพียงแค่สเต็ปเดียวคุณก็ได้ช่วยเหลือผู้อื่นแล้ว

แคมเปญต่อไป หุ่นที่เราเห็นตามร้านเสื้อผ้าดังๆทั้งหลาย นัยหนึ่งมันก็คือการตีกรอบเราว่าความสวยความหล่อมันต้องเป็นแบบนี้นะ แต่ลองมาดูแคมเปญนี้กันว่าเค้ามองความสวยความหล่อในแบบยังไง

แคมเปญที่ 9 ปลาสายพันธุ์หนึ่งที่กำลังทำลายระบบนิเวศในคาบสมุทรแคริบเบียน เราจะจัดการกับมันยังไงดี? บอกเลยเจ้าปลาสายพันธุ์นี้มันโคตรซวยจริงๆ เกิดมาแล้วเ_ือกอร่อย

แคมเปญที่ 10 มีเสืองฮือฮาเล็กน้อย ดูแล้วก็ได้แต่คิดว่าญี่ปุ่นนี่มันญี่ปุ่นจริงๆ เรื่องมันเกิดขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งที่ไม่มีความโดดเด่นอะไรเลย จะมีก็แต่นาข้าว ชาวบ้านเค้าจะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้อย่างไร เชิญรับชม

แคมเปญที่ 11 ปัญหาไม่มีน้ำสะอาดไว้ดื่มนับเป็นปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งสำหรับประเทศกำลังพัฒนา เราจะทำยังให้เค้าได้เข้าใจถึงการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดไปพร้อมๆกับผลิตน้ำสะอาดไปในตัวด้วย

แคมเปญที่ 12 เห็นกันเป็นประจำสำหรับป้ายจราจร แต่จะมีสักกี่คนที่ปฏิบัติตาม แคมเปญนี้เค้าจึงสร้างป้ายจราจรที่ดาเมจสูงมาก แบบที่ว่าดูปุ๊ปแล้วก็ร้องอ๋อทันที

แคมเปญที่ 13 เป็นไปได้ไหมว่า ป้ายบิลบอร์ดธรรมดาจะสร้างประโยชน์ได้มากกว่าให้มันยืนตากแดดเฉยๆ ?

แคมเปญต่อไป อันนี้มาแนวอีโมชั่นค่อนข้างสูงครับ ที่พูดถึงเรื่องคนเกาหลีเหนือที่พยายามลี้ภัยมาที่เกาหลีใต้ แต่สุดท้ายก็ต้องถูกส่งตัวกลับ แน่นอนว่าเหมือนกับส่งคนเข้าโรงฆ่าดีๆนี่เอง แคมเปญนี้เค้าก็เลยทำนิทรรศการที่สื่อให้เห็นว่า ยังมีคนที่เรายังมองไม่เห็นอยู่นะ

แคมเปญต่อไปนะครับ “รอยสัก” กับการอาบแดดมันเป็นความเท่ที่มาคู่กันของวันรุ่นบราซิล โดยหารู้ไม่ว่าการตากแดดนานๆจะทำให้เป็นมะเร็งผิวหนัง จะทำยังไงให้วัยรุ่นหัวแข็งพวกนี้ได้เห็นถึงปัญหา เชิญชมจ้ะ

แคมเปญที่ 16 เด็กที่เกิดมาตาบอดมักเสียเปรียบเด็กทั่วไป การสูญเสียความสามารถด้านการมองเห็นทำให้เด็กถูกปิดกั้นจินตนาการไปส่วนหนึ่ง แคมเปญนี้จะทำยังไงให้เด็กตาบอด ได้รับการเสริมสร้างจินตนาการแม้จะมองไม่เห็น

แคมเปญที่ 17 คนไร้บ้านมักจะเป็นผู้ที่ต้องรอรับความช่วยเหลือ แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเข้าได้สัมผัสประการณ์ของการเป็นผู้เลือกบ้าง

แคมเปญต่อไป คำพูดที่ไม่ทันยั้งคิดของพ่อแม่ อาจกลายเป็นอาวุธที่คอยทิ่มแทงจิตใจเด็ก ซึ่งหากเด็กไม่มีภูมิคุ้มกันมากพอก็มีแนวโน้มจะกลายเป็นอาชญากรในอนาคต แคมเปญนี้จะใช้วิธีการสื่อสารแบบไหน ลองไปดูกันครับ

แคมเปญที่ 19 ในแต่ละปี มหาสมุทรมักเป็นที่รองรับขยะจำนวนมหาศาลจากทั่วโลก จะดีแค่ไหนถ้ามันนำมาทำเป็นกางเกงยีนส์ได้!!

แคมเปญที่ 20 การทรมานนักโทษ กาค้าอาวุธ ความรุนแรงภายในครอบครัว เป็นเรื่องที่แอมเนสตี้ติดตามและต่อสู้มาตลอด แต่ในครั้งนี้เราจะสร้างสัญลักษณ์ที่ซ่อนสิ่งที่มีความหมายอยู่ได้อย่างไร

แคมเปญที่ 21 Mike Ebeling ได้แรงบันดาลใจจากการอ่านหนังสือ บินตรงไปยังแอฟริกาเพื่อสร้างห้องแล็บ 3D printer ให้กับชาวแอฟริกาที่พิการ ขอคารวะให้กับความมุ่งมั่น

แคมเปญที่ 22 การปลูกพืนออร์แกนิคและการเลี้ยงสัตว์แบบเปิดกำลังเป็นกระแส Chipotle ที่เป็นผู้นำผลิตอาหารที่ใช้แนวคิดนี้จึงได้สร้างสื่อที่ทำให้ผู้คนได้เห็นถึงความสำคัญ

แคมเปญแถม สะพาน Mapo ได้ชื่อว่าเป็นสะพานที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดในเกาหลีใต้ เค้าจะใช้วิธีไหนที่จะทำให้คนเปลี่ยนความคิด และกลับไปหาคนที่เรารักที่รอเราอยู่ที่บ้าน

แคมเปญสุดท้าย แม่ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาชื่อก้องโลกทั้งหลาย

 

 

 

Advertisements
Tagged , , , , , , , , , , , , , , ,

NATURE´S GARDEN: BROKEN LIVER

Broken liver1

เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า Hepalive โปรดักส์ไลน์ที่ขายอาหารเสริมบำรุงสุขภาพตับโดยเฉพาะ ภายใต้แบรนด์ใหญ่อย่าง Nature’s Garden เค้าได้อ้างงานวิจัยจากนักวิทยาศาสตร์ว่า แท้จริงแล้ว การที่มนุษย์แสดงความรู้สึกต่างๆออกมา มันเป็นผลของสารเคมีชนิดหนึ่งในร่างการของเราที่ชื่อว่า Glucocorticoid ซึ่งเจ้าสารเคมีชนิดนี้มันถูกผลิตมาจาก “ตับ” ครับ

ได้ดูแคมเปญครั้งแรกก็แปลกใจและนั่งขำอยู่คนเดียว ใครจะไปคิดละครับว่าอารมณ์รักโลภโกรธหลงของมนุษย์ที่ว่าซับซ้อนนักหนา แม่งจะถูกบงจากการอวัยวะที่เราคิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกันได้เลย ใครได้ยินก็คงจะหงายเงิบไปตามๆกัน

ไม่ว่าความเป็นจริงจะเป็นอย่างไร ตับมันควบคุมอารมณ์มนุษย์ทั้งหมดจริงมั้ย หรือทำงานแค่แค่กับบางอารมณ์เท่านั้น เรื่องนี้เราคงไม่ขอตอบนะครับเพราะมันอยู่พ้นวิสัยของเรานัก เอาเป็นว่า สิ่งที่เราเลือกเอามาให้ทุกคนดูก็คือวิธีการสื่อสารที่เค้ากำลังจะบอกว่า “เฮ้ย! ตับก็สำคัญนะมึง” เป็นคุณ คุณจะสื่อสารยังไงครับ?

แคมเปญนี้คิดง่ายมากเลยครับ (ไม่รู้ว่าในขั้นตอนการทำงานมันออกมาง่ายแบบนี้มั้ย) เค้าได้เลือกเอาโมเมนท์ที่คนเราถูกกระตุ้นอารมณ์ได้รุนแรงที่สุดครับ ใช่ครับ “อกหัก”  (Broken Heart) เชื่อว่าใครที่เคยผ่านประสบการณ์รักแบบจบไม่สวยก็คงพยักหน้าไปตามๆกัน แต่ก็อย่างที่บอกครับ “หัวใจ” ไม่ใช่พระเอกของเรื่องนี้ นี่จึงเป็นที่มาของแคมเปญ “Broken Liver” (แปลไทยไม่ได้จริงๆ) ที่เค้าพยายามจะบอกเราว่า ที่มึงรู้สึกเจ็บแบบนี้ก็เพราะ “ตับ” ของมึงนั่นแหละ ที่ใครฟังก็คงงงเต็กไปตามๆกัน

แน่นอนว่าการไปบอกเอาดื้อๆว่าตับนี่แหละที่เป็นตัวกำหนดอารมณ์ มันไม่เวิร์คแน่ๆ แคมเปญนี้จึงได้เลือกเอาบทเพลงมาเป็นตัวสื่อสารแทนครับ โดยเลือกเอาเพลงที่มีคำว่า “Heart” อยู่ทั้งในชื่อและเนื้อร้อง และจับเอาคำว่า “Liver” มาใส่แทนทั้งหมดเลย

แล้วก็ไม่น่าเชื่อนะครับ มันฟังดูเข้ากั๊นเข้ากันยังกับรถติดกับวันศุกร์สิ้นเดือน ฟังแล้วก็เพลินเหลือหลาย แถมแคมเปญนี้ยังรุกเข้าไปในร้านคาราโอเกะ มินิคอนเสิร์ต รวมถึงสื่อทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ลองเข้าไปดูกันได้ที่ www.brokenliver.com

ในส่วนของผลลัพธ์ก็น่าสนใจทีเดียว เพราะมีลูกค้ากว่า 8 พันคนเข้ามาสมัครพร้อมกับรับตัวอย่างเพลงไปฟังกัน (อาจจะฟังดูน้อย แต่นี่แค่แบรนด์อาหารเสริมบำรุงตับ มันค่อนข้างจะเฉพาะทาง) ยอดขายเพิ่มขึ้น 18% แล้วก็ไต่อันดับจากแบรนด์ที่อยู่ในอันดับ 4 ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ก็ถือว่าไม่เลวครับ

Advertising Agency: MARURI GREY GUAYAQUIL, ECUADOR

Broken liver2

 

Tagged , , , , , , , , ,

HINDUSTAN UNILEVER: Kan Khajura Tesan

Kan Khajura Tesan

สำหรับแคมเปญนี้ เราย้ายมาดูที่อินเดียกันมั่งครับ

เรื่องของเรื่องมันเกิดขึ้นที่รัฐพิหารครับ ซึ่งถ้าดูตามขนาดพื้นที่แล้วก็ถือว่าเป็นรัฐหนึ่งที่ใหญ่มากในอินเดียครับ รัฐนี้มีประชากรอยู่ประมาณ 104 ล้านคน แต่ความใหญ่นี้ก็ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตของประชาชนที่อาศัยอยู่ในรัฐนี้ดีขึ้นซักเท่าไหร่นัก เพราะรัฐนี้ ไม่มีสื่ออะไรให้รื่นเริงบันเทิงใจทั้งสิ้น สื่อดั้งเดิม (ทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์) เข้าถึงประชากรในรัฐนี้ได้เพียง 20 % เท่านั้น

พูดถึงความบันเทิงสำหรับรัฐนี้ ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่มีเงินซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกกันนะครับ แต่เป็นเพราะว่าระบบการจ่ายไฟฟ้าจากส่วนกลางมักจะมาไม่ถึงที่นี่ มีผู้หญิงท่านหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่าในแต่ละวันจะมีการตัดไฟวันละประมาณ 6-7 ชั่วโมง ครั้นจะฟังวิทยุ สัญญาณก็ดั๊นไม่ถึงซะอีก แหม่ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดอะไรกันนี่

แต่เดี๋ยวก่อนครับ อย่าเพิ่งไปสงสารเค้าครับ เพราะมีสถิติที่บ่งบอกว่าประชากรในรัฐพิหารใช้โทรศัพท์มือถือ (ส่วนใหญ่เป็นแบบ Analog) มากถึง 54 ล้านเครื่อง หรือคิดง่ายๆก็คือครึ่งนึงของทั้งรัฐ (ในขณะที่มีคนดูทีวีเพียง 23 ล้านคน) แล้วพวกเขาก็ใช้งานมันได้คุ้มค่ามาก ตั้งแต่ดูหนังฟังเพลงเล่นเกม

ถ้าเป็นคุณ คุณจะทำยังไงให้คนในรัฐพิหารได้รับความบันเทิงผ่านมือถือดีล่ะครับ…………………………. จับเวลา!

ผมเชื่อว่าคุณน่าจะเริ่มเห็นเค้าลางแล้วนะครับว่าจะจัดการกับปัญหานี้ยังไงดี

HINDUSTAN UNILEVER (แบรนด์ยูนิลีเวอร์นั่นแหละ) เจ้าของ Supply Chain ระดับโลกผู้ซึ่งถือครองแบรนด์ Wheel (ผงซักฟอก) Lifebuoy (สบู่) Ponds White Beauty (เครื่องสำอางค์) Closeup (ยาสีฟัน) และแบรนด์สินค้าอื่นๆที่เป็นรายใหญ่ที่สุดในอินเดีย มองเห็นโอกาสว่านี่แหละ ถ้าเข้าทางทีวีวิทยุไม่ได้ ก็เข้าทางมือถือนี่แหละวะ!

นี่จึงเป็นที่มาของแคมเปญ Kan Khajura Tesan หรือ Mobile Radio เอาง่ายๆก็คือออกอากาศรายการวิทยุผ่านมือถือนี่แหละครับ ซึ่งวิธีการของเค้าถือว่าใหญ่มากเลยนะครับ เพราะเขาไปดีลกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรวมถึงบริษัททำหนัง รายการเพลง เพื่อนำมาทำคอนเทนท์สำหรับแคมเปญนี้ วิธีการก็ง่ายมากครับ เพียงแค่คุณโทรไปที่ 1800 30000 123 เมื่อโทรติดคุณก็กดปุ่มเลือกรายการ จากนั้นคุณก็วางสาย รอสักพักก็จะมีคนโทรกลับมาพร้อมกับส่งคอนเทนท์ที่คุณเลือกกลับมาให้คุณฟังเป็นเวลา 15 นาที ซึ่งนอกเหนือจากรายการหนังและรายการเพลงแล้ว ก็ยังมีโฆษณากับเรื่องโจ๊กแถมมาด้วย เรียกได้ว่าเหมือนได้ดูรายการทีวียังไงยังงั้นเลย (ถึงตรงนี้ผมก็ยังสงสัยว่าเค้าดูหนังกันยังไงวะ อันนี้ยังไม่เข้าใจจริงๆ)

ทั้งหมดนี้ ฟรี! คุณจะโทรวันละกี่ครั้งก็ได้ ตามใจคุณเลย แลกกับการฟังโฆษณาบ้างเล็กน้อย วิน-วินกันทุกฝ่าย

สำหรับผลลัพธ์สำหรับแคมเปญนี้ในระยะ 6 เดือนของการรันแคมเปญ แคมเปญนี้ก็ครอบคลุมรัฐพิหารไปมากกว่า 60 % มีคนได้ยินโฆษณาของยูนิลีเวอร์มากกว่า 70 ล้านครั้ง ซึ่งถ้าเทียบกับผมตอบแทนในการลงทุนแล้ว การโทรหนึ่งครั้งจะเทียบเท่ากับเงินไม่ถึง 4 เซนต์ด้วยซ้ำ!

นับได้ว่าแคมเปญนี้ถือเป็นการปฏิวัติวงการบันเทิงที่มาแบบเหนือเมฆจริงๆครับ ใครจะไปคิดมือถืออนาล็อกธรรมดาจะสร้างโอกาสให้ความบันเทิงกับชาวพิหารได้มากขนาดนี้ นึกถึงบ้านเราแล้วก็รู้สึกโชคดีขึ้นมาเยอะเลยนะครับ ที่ไม่ต้องลำบากแบบเขา ถือว่าเอาเคสมาเล่าสู่กันฟังก็แล้วกันนะครับ 🙂

Advertising Agency: LOWE AND PARTNERS WORLDWIDE MUMBAI, INDIA

Media Agency: PHD INDIA MUMBAI, INDIA

Kan Khajura Tesan2 Kan Khajura Tesan3 Kan Khajura Tesan4

 

 

 

Tagged , , , , , , , , , ,

TeatreNeu: Pay per Laugh

pay per laugh

เรื่องมันมีอยู่ว่าในช่วงกลางปีของปีที่แล้ว อุตสาหกรรมด้านความบันเทิงในสเปนต้องเผชิญกับความวิบัติครั้งใหม่เมื่อรัฐบาลได้ตัดสินใจขึ้นภาษีสำหรับโรงหนังโรงละคร 13% (จาก 8% > 21%) ซึ่งก็อย่างที่เข้าใจกันตามหลักเศรษฐศาสตร์เบื้องต้น เมื่อผู้ประกอบการไม่สามารถแบกรับภาษีตรงนี้ได้ก็จะต้องผลักภาระไปให้กับผู้บริโภค และแน่นอนครับ เมื่อค่าตั๋วมันราคาเพิ่มขึ้น 13% คนก็ย่อมมาดูน้อยลง

หรือสำหรับกรณีที่ผู้ประกอบการโรงหนังโรงละครที่ไม่มีทางเลือก และต้องทำเพื่อความอยู่รอด เขาก็จำเป็นต้องลดราคาตั๋วลง 20% ในขณะที่คนสเปนเริ่มหันไปดูหนังทางฝั่งอเมริกามากขึ้นทุกวัน

คราวนี้ก็มีโรงละครหัวใสนามว่า TeatreNeu อยากจะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสด้วยวิธีที่สร้างสรรค์และเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขัน จึงเป็นที่มาของแคมเปญ “Pay per laugh” แคมเปญที่ให้คุณเข้าชมการแสดงได้ฟรี! แต่มีข้อแม้ว่าคุณจะต้องจ่ายเงิน 30 เซ็นต์ทุกครั้งที่คุณหัวเราะ (การแสดงก็คงเป็นแนวตลก) โดยมีการติดตั้งระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวใบหน้า ถ้าคุณหัวเราะเมื่อไหร่ก็เท่ากับว่าคุณเสียเงินครับ

และผลแคมเปญก็เป็นไปตามคาดครับ โรงละครสามารถเก็บเงินค่าเข้าชมการแสดงที่ใช้ฐานการนับจำนวนครั้งของการการหัวเราะได้มากกว่าเดิม โดยจำกัดเพดานที่ผู้ชมจะต้องจ่ายไว้ที่ 24 ยูโร (หัวเราะ 80 ครั้ง) โดยเจ้า 24 ยูโรนี้มีราคาสูงกว่าค่าตั๋วปกติถึง 6 ยูโร

นอกจากนี้ แคมเปญนี้ยังได้พื้นที่สื่อไปมหาศาล เรียกแขกได้มากกว่าเดิมถึง 35% อื้อหืออออ ไม่ใช่เล่นๆเลยนะเนี่ย

และที่เจ๋งขึ้นไปอีกคือแคมเปญนี้ยังมีการต่อยอดไปสู่ “Pay per cry” หรือแม้กระทั่ง “Pay per WTF”

จะว่าไปแล้วผมว่ามันก็แฟร์ดีนะ เพราะแคมเปญนี้สามารถวัดคุณภาพของการแสดงได้ด้วย แต่คิดต่อไปอีกนิดนึงว่าถ้าเกิดการแสดงมันเป็นแบบ “ครบรส” แล้วจะปรับให้เข้ากับระบบตรวจจับใบหน้ายังไง ลองคิดเล่นๆว่าถ้าพี่แกเกิดทำได้ขึ้นมาจริงๆ เราคงจ่ายกัน .ูดบานเลยทีเดียว อ่าห์

Advertising Agency: The Cyranos for McCann Worldgroup Europe

pay per laugh3

pay per laugh2

Tagged , , , , , , , , , , ,

Intermarché: Inglorious Fruits and Vegetables

Inglorious Fruits and Vegetables1

ประเดิมงานชิ้นแรกจาก Cannes Lion 2014 ด้วยผลงานชิ้นนี้ครับ “Inglorious Fruits and Vegetables” (ได้รางวัล Gold ในหมวด Promo & Activation)

เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่าประเทศในแถบยุโรปเค้ามีแคมเปญรณรงค์ “Eat 5 a day” หรือแปลง่ายๆก็คือ “กินให้ได้วันละ 5 อย่างนะ” ซึ่งแคมเปญนี้เกิดขึ้นเพื่อรณรงค์ให้คนกินผักผลไม้ 5 ชนิตต่อวัน ซึ่งเค้าวิจัยกันมาว่าการกินผักผลไม้หลายชนิดจะช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจและมะเร็ง ซึ่งแน่นอนครับว่าประโยชน์จากการกินผักผลไม้วันละ 5 ชนิดจะต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นไม่น้อยเลย

คราวนี้มันมีสถิติโผล่ออกมา ซึ่งบอกว่าในแต่ละปีเรากลับโยนผักผลไม้ทิ้งไป เพราะไม่ถูกขนาด หน้าตาไม่สวย หรือเกิดมาพิกลพิการ (สมควรลาออกจากการเป็นผักผลไม้ซะ) ถึง 300 ล้านตัน!!! ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็กแน่ๆ ดังนั้น Intermarché แบรนด์ซูเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่เป็นอันดับสามในฝรั่งเศส เห็นโอกาสที่จะสร้างค่านิยมใหม่ให้กับผักผลไม้ที่แสนเวทนาพวกนี้ด้วยการโปรโมทพวกมันขึ้นมาดื้อๆเลยครับ แถมยังเอาผักผลไม้หน้าตาประหลาดมาเป็นพรีเซนเตอร์อีกต่างหาก แอปเปิลเอย มันฝรั่งเอย ส้มเอย ซึ่งทั้งหมดล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์แบบที่ไม่เหมือนใคร และก็คงไม่มีใครอยากจะเหมือนด้วย โดยที่ผลไม้พวกนี้จะถูกนำมาวางขายที่ Intermarché ในราคาที่ถูกกว่าปกติถึง 30% ซึ่งแน่นอนว่าทั้งรูปลักษณ์และราคาแบบนี้ คงจะยากที่จะรอดพ้นสายตาผู้บริโภคอย่างเรา

หรือถ้าใครทำใจกับรูปลักษณ์อันแสนอัปลักษณ์ไม่ได้ ก็ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปอย่างเช่นซุปหรือน้ำผลไม้ ซึ่งแน่นอนครับว่ารสชาติมันก็เหมือนกันนั่นแหละ มีแต่คนเราชอบอุปทานไปเอง

และผลของแคมเปญนี้ก็เป็นไปตามคาดครับ ผักผลไม้หน้าตาประหลาดเหล่านี้ถูกขายออกไปอย่างรวดเร็วถึง 1.2 ตันต่อสาขาในระยะเวลาเพียงแค่ 2 วันแรกของการรันแคมเปญ มีลูกค้าเข้ามาที่ Intermarché เพิ่มขึ้น 24% และยังจุดประเด็นการทิ้งขว้างอาหารที่เข้าถึงคนได้มากถึง 13 ล้านคนภายในเดือนแรก และกวาดพื้นที่สื่อไปมหาศาล

Advertising Agency: MARCEL, Paris

Tagged , , , , , , , , , , , ,

Nescafe: Alarm Cap

NESCAFE Alarm cap

Introducing the Nescafé Alarm Cap: the first ever multifunctional cap. The Cap is design to reach every home and show us the best way to wake up is to awaken ourselves.

Advertising Agency: Publicis, Mexico

Tagged , , , , , , , , ,

Giraffas: The Goal Screen

THE GOAL SCREEN

In the year of the world soccer championship in Brazil fast food chain Giraffas presents a different experience to their customers: a mobile game that integrated with their smartphones and turns the tray paper into a virtual soccer field.
Rip the side of the paper tray, make a paper ball and flick it into the screen! A unique game that can only be played at Giraffas restaurants and turns meals much more fun.

Advertising AgencyMood TBWA, São Paulo, Brazil

 

Tagged , , , , , , , , ,

Coca-Cola: Coca-Cola Hello Happiness

Coca-Cola Hello Happiness

To give labourers in the UAE a few extra minutes of happiness, Coca-Cola created the Hello Happiness Phone Booth — a special phone booth that accepts Coca-Cola bottle caps instead of coins for a free 3-minute international phone call, helping them connect with their families back home more often.

Advertising Agency: Y&R Dubai

Tagged , , , , , , , , , ,

OBI: Treehouse of dreams

OBI - Treehouse of dreams

A child’s dream, teamwork and lots of fun during the tree house development! Experience how we build a perfect tree house based on a children’s drawing.

Discover the entire story here: http://www.obi.de/de/aktionen/fruehja… #TraumBaumhaus

Advertising AgencyJung von Matt Hamburg, Germany

Tagged , , , , , ,