Category Archives: Uncategorized

Coca-Cola: The Happiness Arcade

happiness arcade

When 15 million people don’t care about recycling, the environment is sure to head towards slow but sure disaster. Coca-Cola wanted the people of Dhaka, Bangladesh to start thinking about recycling with an arcade machine that runs on empty Coca-Cola bottles. Surely, happiness doesn’t end with an empty bottle of Coca-Cola.

Agency: Grey Dhaka

Advertisements
Tagged , , , , , , , , , , ,

KFC: A deaf day project

In a world that takes hearing for granted, no one listens to the deaf. As a consequence, only 0.43% of the deaf are employed. What are their hopes and dreams? No one has ever heard. A DEAF DAY PROJECT Plug your ears. Shut out the world. Hear what’s in their hearts. At KFC special stores, we created a live event that let people experience how it feel like being a deaf person. To promote this event, we asked KFC’s CEO to become deaf for a day. Deaf CEOs’ lives were documented and made a short film. We also asked the deaf staffs what are their dreams and let people hear them all through the touch screen posters. The story caught the ear of the entire nation which brought people to the event.

ในประเทศไทยของเรา คนที่มีความบกพร่องทางการรับรู้โดยเฉพาะคนหูหนวกมักจะไม่ได้รับโอกาสการทำงานเหมือนกับคนปกติทั่วไป และส่วนมากจะถูกผลักให้ไปทำงานที่มีรายได้น้อย เช่น ขายล็อตเตอรี่ ขายพวงมาลัยตามสี่แยก หรือบางครั้งก็เป็นขอทาน

KFC จึงเห็นโอกาสที่จะสร้างการรับรู้ใหม่ของลูกค้าทั่วไปรวมไปถึงผู้บริหาร ด้วยการทำแคมเปญที่มีชื่อว่า A DEAF DAY PROJECT โดยการให้ที่อุดหูสำหรับคนที่สนใจ ได้สัมผัสประสบการณ์การเป็นคนหูหนวกตลอดทั้งวัน โดยมี KFC บางสาขาได้เข้าร่วมกับแคมเปญนี้โดยเฉพาะ เริ่มตั้งแต่การจ้างคนหูหนวกมาทำงาน การให้สั่งอาหารด้วยภาษามือ แผ่นพับสอนภาษามือที่วางอยู่ตามโต๊ะ และสื่อ interactive ที่ทำให้ลูกค้ามองเห็นเข้าใจคนหูหนวกมากขึ้น

แคมเปญนี้ได้รับความสนใจจากทั้งสื่อนานาชาติและสื่อในประเทศ ส่งผลให้ชุมชนคนหูหนวกได้รับความสนใจและเป็นประเด็นปรากฏอยู่ตามสื่อต่างๆ โดยมีเหล่าเซเลปร่วมกันโปรโมท ทำให้ภาครัฐหันมาสนใจในประเด็นการสร้างอาชีพให้กับคนหูหนวกมากขึ้น

“Every dreams can be heard if you only care to listen, even the silences”

จริงๆแคมเปญนี้เป็นแคมเปญของปีที่แล้ว แต่ผมว่าน่าสนใจ เลยลองเอามาให้ได้ดูกันนะ สำหรับใครที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มก็ตามลิงค์นี้เลยครับ >>> http://www.marketingoops.com/digital/campaigns/local-campaigns/kfc-we-hear-every-dream/

——————————————————————————–

Agency: Ogilvy & Mather Bangkok

 

 

Tagged , , , , , , ,

แคมเปญสุดเจ๋ง! ตามหาเด็กหายด้วย Facebook Profile Picture

Whether it’s changing it to a cartoon character or a close-up of their beloved pets, people like to play around with their Facebook profile pictures.

But Mães da Sé, an organization in Brazil that helps search for missing children, decided to make people’s profile picture choices into something more purposeful.

In Brazil, Children’s Day (Oct. 12) is a widely celebrated holiday. Leading up to Children’s Day, many Brazilians change their Facebook profile pictures to pictures of themselves as children. Mães da Sé — with the help of Sao Paolo-based agency AGE Isobar — took advantage of the holiday by encouraging people to instead change their profile pictures to those of missing children to help raise awareness and boost search efforts.

Mães da Sé made missing children’s’ pictures, which include information about the children, available for download at http://www.perfildesaparacido.com. According to the agency, during the first few days of the campaign, visits to the picture download site reached 500,000 with 300,000 people ultimately changing their profile pictures to that of a missing child. Thousands of people also shared the site on social networks.

While this isn’t the first time a Facebook profile image has been used as a tool for showing support for a social cause — last spring Facebook was overrun with individuals and brands swapping in red equal signs as profile pictures in support of marriage equality – it is a good example of effectively using Facebook images to raise awareness for an important cause.

untitled

Mães da Sé องค์กรที่ทำงานเกี่ยวกับการค้นหาเด็กหายได้จัดแคมเปญในวัน 16 ตุลาคมซึ่งเป็นวันเด็กของประเทศบราซิล พฤติกรรมของคนในบราซิลก็คล้ายๆกับบ้านเราคือจะชอบเอารูปตอนเด็กตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ในเฟซบุค เมื่อ Mães da Sé สังเกตเห็นพฤติกรรมดังกล่าวก็เลยตั้งโจทย์ว่า ถ้าในเมื่อผู้คนชอบที่เอารูปตัวเองตอนเด็กขึ้น ทำไมไม่ลองเอารูปของเด็กหาย ซึ่งเป็นคนที่ต้องการให้สังคมเห็นจริงๆขึ้นเป็นโปรไฟล์แทนละ? เว็บไซท์ http://www.perfildesaparecido.com จึงได้เกิดขึ้นเพื่อเคมเปญนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้คนที่สนใจเข้ามาดาวน์โหลดรูปภาพที่มีรายละเอียดและเบอร์ติดต่อกลับตั้งเป็นโปรไฟล์ในเฟซบุคแทน

เพียงแค่ 4 วันของการเริ่มแคมเปญ เว็บไซท์นี้มียอดเข้าชมถึง 500,000 คน มีคนที่เปลี่ยนรูปโปรไฟล์เป็นรูปเด็กหายถึง 300,000 คน ซึ่งรวมไปถึงเหล่าเซเลปด้วย นอกจากนี้ยังมีการแชร์เว็บไซท์มากกว่า 1,000 ครั้ง รวมถึงได้รับความสนใจจากสื่อทั้งในและนอกประเทศ ความหวังที่จะได้เจอเด็กที่หายก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น น่าสนใจใช่ไหมครับ?

———————————————————————

Advertising Agency: AGE Isobar, São Paulo, Brazil

Tagged , , , , , , , , , , , ,

3 Segundos:3 วินาทีที่กำลังฆ่าโลกทั้งใบ

3sec1

Every day, there are around seven million cars driving around the streets of Sao Paulo. Pollution caused by these vehicles is the cause of death of over 4.5 thousand people in the city, yearly. That is almost three times the number of victims of traffic accidents, for example. Cars are responsible for over 90% of the air pollution in Sao Paulo. In order to help people visualise this invisible menace, we used regular party balloons, and a special adapter, to create the “3 Segundos””project. The initiative measures the quantity of harmful gas that is expelled by vehicle exhaust pipes and provides a clear visual representation of the size of the problem faced by big cities daily. A mere 3 seconds with the engine running produces enough pollution to fill up a balloon. 15 minutes will fill up 300 balloons. A running car will, in one hour, produce enough pollution to fill up 1200 balloons. With this powerful visual representation, the project’s aim was to reveal the true size of the previously ignored problem to drivers and passengers in São Paulo.

ในทุกๆวัน มีรถยนต์ที่วิ่งตามท้องถนนในกรุงเซาเปาโล ประเทศบราซิลถึง 7 ล้านคัน มลพิษจากรถเหล่านี้ก็เป็นตัวการที่ทำให้ผู้คนเสียชีวิตมากกว่า 4,500 คน ซึ่งเป็นเกือบ 3 เท่าที่เกิดจากอุบัติเหตุ โดยในจำนวนของการสร้างมลพิษในเซาเปาโล รถยนต์ก็ฟาดไปแล้ว 90%

3sec2

สิ่งที่จะทำคือต้องทำให้ผู้ใช้รถตระหนักถึงพฤติกรรมการใช้รถยนต์ที่เป็นตัวการใหญ่ของความเจ็บป่วยล้มตายของคนในเมืองนี้ โปรเจ็คนี้มีชื่อว่า “3 วินาที” ซึ่งมีแนวคิดว่าจะทำให้ปัญหาการสร้างมนพิษที่เกิดจากรถยนต์เป็นเรื่องที่จับต้องได้ เริ่มต้นด้วยการใช้ลูกโป่งธรรมดา นำไปเสียบกับ Adapter แล้วต่อเข้าไปที่ท่อไอเสียรถยนต์ เพียงแค่ 3 วินาทีเท่านั้นที่ทำให้ลูกโป่งพองเต็มที่ ถ้าเป็น 15 นาทีก็ 300 ใบ ถ้าเป็น 1 ชั่วโมงก็ 1200 ใบ

ด้วยการทำให้เรื่องการสร้างมลพิษเป็นเรื่องที่จับต้องได้ แคมเปญนี้จึงเป็นแคมเปญที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ซึ่งในอนาคตเราก็หวังว่าประเด็นเรื่องการสร้างมลพิษจะกลายเป็นเรื่องที่คนให้ความสนใจกันจริงๆ ไม่ใช่แค่เพียงแค่เรื่องเลื่อนลอยที่คนละเลยอย่างไม่ใยดี

——————————————————————-

Advertising Agency: TUDO, Brazil

Tagged , , , , , , ,

Say hi! My First Blog.

สวัสดีครับ ผมชื่อ “นาโอะ” ครับ

1495437_10151789816562077_844362991_n

ตอนนี้ผมกำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่ 5 ที่คณะรัฐศาสตร์ สาขาการระหว่างประเทศ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครับ แต่เนื้อหาที่ผมกำลังจะเขียนในบล็อกนี้ แทบจะไม่มีส่วนใดที่จะไปเกี่ยวกับเรื่องที่ผมกำลังเรียนอยู่เลย

ผมตั้งใจว่าจะใช้พื้นที่ในบล็อกนี้เขียนเนื้อหาที่เกี่ยวกับการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการจัดการกับปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสังคม การศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม ภัยพิบัติ ชุมชน สิทธิมนุษยชน หรือแม้แต่กระทั่งเรื่องของสัตว์ก็ตามครับ

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ผมได้ติดตามงาน Cannes Lion ซึ่งเป็นงานเทศกาลที่รวบรวมผลงานของนักคิด นักออกแบบ นักโฆษณา นักการตลาดรวมไปถึง Agency ทั่วโลก ที่ได้สร้างสื่อหรือ Campaign แปลกๆมาเพื่อแก้ไขปัญหาสังคม หรือแม้แต่เพิ่มยอดขายให้กับ Brand ของตนเอง ผมมองว่าผลงานเหล่านี้สื่อสารออกมาได้อย่างชาญฉลาดมากๆ ดึงความสนใจคนได้มาก ใช้งบประมาณได้คุ้มค่า และยังช่วยสร้างค่านิยมใหม่ๆให้กับสังคมด้วย ซึ่งผมคิดว่า เรื่องแบบนี้คนไทยไม่ค่อยให้ความสนใจกัน (อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่งที่ไม่ได้อยู่สายธุรกิจหรือสายการตลาด จึงแทบไม่ได้รับสื่อเกี่ยวกับงานเทศกาลเหล่านี้เลย)

ผมเชื่อว่าผลงานที่ได้รับรางวัล Cannes Lion ในสองปีที่ผ่านมาได้ผ่านตาผมมาเกือบหมดแล้ว ทั้งๆที่ผมไม่ได้เรียนเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย ผมรู้สึกว่างานนี้ได้จุดประกายให้ “ต่อมความคิดสร้างสรรค์” ของผมได้ทำงานมากขึ้น (แม้จะยังไม่มีผลงาน) ผมรู้สึกได้ว่าผมมีความสุขกับชีวิตมากขึ้น รู้สึกว่าชีวิตนี้มีอะไรที่ท้าทาย รู้สึกได้ว่าอยากทำอะไรเพื่อสังคม อยากทำอะไรที่มากกว่าทำแค่เพื่อตัวเอง อยากเห็นสังคมเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด

เมื่อผมใช้เวลาสักพักกับการค้นหาข้อมูล ก็ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่า เราจะเป็นคนหนึ่งที่คิดและทำแบบที่คนฉลาดๆทั่วโลกเขาทำกันได้ เมื่อคิดได้ ก็ต้องเริ่ม!

นี่แหละครับ จุดเริ่มต้นว่าทำไม ผมถึงอยากจะเขียนบล็อก 🙂