Category Archives: Technology

Nevada Resort Association Environmental Initiative: Light it Up

light it up1

แคมเปญนี้จะออกแนววิทยาศาสตร์หน่อยนะครับ แล้วก็ขอดักไว้ก่อนว่าถ้าอยากจะดูเอาซึ้งๆหรือน้ำตาแตก แคมเปญนี้คงทำไม่ได้นะฮะ

เรื่องมันเกิดที่รัฐ Nevada สหรัฐอเมริกา ถ้าพูดถึงเรัฐ Nevada ปุ๊ป ภาพที่ตามมาก็คงจะเป็น Las Vegas มหานครที่ไม่เคยหลับไหลซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมความบันเทิงแบบครบวงจร ถึงขนาดมีคนบอกว่าถ้ามองจากนอกชั้นบรรยากาศ Las Vegas เป็นเมืองหนึ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่ากันเลยทีเดียว

แต่ก็นั่นแหละครับ ความสว่างไสวทั้งวันทั้งคืนก็ต้องแลกมากับการบริโภคพลังงานอย่างมหาศาลถึง 146 เมกะวัตต์ต่อปี ถามว่ามากขนาดไหน ในวิดีโอเค้าเทียบว่ามากกว่าเกาะฮ่องกงใช้ทั้งปี 3.5 เท่า (ปี 2013)

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าหากเราผสมคาร์บอนไดออกไซด์กับ Fluid Electrolyte (รบกวนท่านที่มีความรู้อธิบายคร่าวๆหน่อยครับ) ก็จะเป็นอีกวิธีหนึ่งในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ แต่คำถามมันติดอยู่ตรงที่ว่าเราจะไปหาคาร์บอนไดออกไซด์ได้ที่ไหน

คำตอบคือ “บุหรี่ไงครับ”

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่าเค้าอนุญาตให้สูบบุหรี่ภายในอาคารได้ ไม่ผิดกฎหมาย ทาง Nevada Resort Association จึงริเริ่มแคมเปญ Light it up ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์ที่ดักจับควันบุหรี่เพื่อแปลงไปเป็นกระแสไฟฟ้า ซึ่งเค้าบอกว่าบุหรี่ที่ดูดหมดหนึ่งตัวจะให้พลังงานได้ 0.33 เมกะวัตต์ โดยในแต่ละวันจะมีคนสูบบุหรี่ใน Las Vegas ประมาณวันละ 950,000 ตัว นั่นเท่ากับว่าในหนึ่งปีเราจะสามารถผลิตไฟฟ้าจากบุหร่ได้ถึง 11.5 เมกะวัตต์กันเลยทีเดียว (ให้นึกภาพว่าใช้ 146 แต่แบ่งเบาไปได้ 11.5 นั่นเท่ากับว่าต้นทุนของการบริหารจัดการในเมืองนี้จะถูกลงเกือบ 10% ซึ่งในระระยาวถือว่าคุ้มมากๆ)

ก็ถือว่าเป็นแคมเปญแปลกๆที่ไม่ต้องไปจ้ำจี้จ้ำไชบอกว่า “บุหรี่ไม่ดีนะ” โจทย์ของแคมเปญนี้คือการใช้ประโยชน์จากคนที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว นั่นเท่ากับว่าคนที่สูบบุหรี่เค้าแทบจะไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมเลย

อย่าเพิ่งเข้าใจผมผิด ว่าผมสนับสนุนให้สูบบุหรี่เพื่อไปผลิตกระแสไฟฟ้ากันนะครับ ไม่ใช่ว่าดูแคมเปญนี้จบแล้วก็ไปตะบี้ตะบันตะบันสูบ ควันมันคงไปไม่ถึง Las Vegas หรอกนะ

จริงๆแล้วก็น่าเอามาปรับใช้กับเมืองไทยดูมั่งนะ เพราะคนไทยก็สูบบุหรี่ก็ไม่น้อยเลย เพียงแต่ติดที่ว่าส่วนใหญ่เค้าห้ามสูบบุหรี่ในตัวอาคาร คงทำแบบในเคสนี้ไม่ได้ น่าคิดเหมือนกันว่าไหนๆเค้าก็สูบบุหรี่อยู่แล้ว เราจะสร้างประโยชน์จากคนกลุ่มนี้เพื่อเหตุผลทางด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมในวิธีอื่นๆได้หรือไม่

light it up2 light it up3 light it up4 light it up6

Advertising Agency: Miami Ad School, New York, USA

Advertisements
Tagged , , , , , , , , ,

[Event] Cannes Lion For Good 2014 at Ma:D

CFG1-01

จบไปเรียบร้อยสำหรับอีเวนท์แรกในชีวิต Cannes Lion For Good 2014 ฟัง Feedback คร่าวๆก็ได้หายใจยาวๆพร้อมกับอุบานเบาๆว่า “รอดแล้วกรู!”

แรกเริ่มเดิมทีงานนี้มันเกิดขึ้นจากที่ผมเขียนบล็อกแนวแคมเปญเพื่อสังคมมาสักพักหนึ่ง ยิ่งเขียนก็ยิ่งรู้สึกว่าถ้าได้ลองทำแคมเปญแบบนี้ในเมืองไทยบ้าง มันก็น่าสร้างมีปรากฏการณ์ใหม่ๆให้กับสังคมบ้านเรา ไปเจอแคมเปญที่ไหนมาก็จะเอามาเล่าให้ทุกๆคนที่ได้เจอฟัง จนกระทั่งวันหนึ่ง พี่กิฟ (มาดี) ไม่รู้เกิดรำคาญหรือยังไงเพราะผมเล่าให้ฟังเกือบทุกวัน พี่เค้าก็เลยบอกว่างั้นลองจัดงานที่เล่าเรื่องแคมเปญดูดีมั้ย? เหมือนสวรรค์ดลใจ อะไรมันจะเข้าทางผมขนาดนี้!

ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวกันหน่อย ผมชื่อปืนครับ จบรัฐศาสตร์การระหว่างประเทศที่ธรรมศาสตร์ และการที่ผมสนใจงานแคมเปญด้านสังคมมันแทบจะไม่ได้เฉี่ยวกับเรื่องที่ผมเรียนมาเลยซักกะนิด ผมทำกราฟฟิกไม่เป็น พูดก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง แต่ก็ยังโชคดีที่ยังได้ตามงานโฆษณามาสม่ำเสมอ ก็เลยเริ่มเห็นเค้าว่างานโฆษณาหลายชิ้นถ้าเอามาปรับใช้กับประเด็นทางสังคมในบ้านเรา มันน่าจะไปได้ไกลและเปลี่ยนแปลงสังคมได้

สี่เดือนก่อนผมก็เลยเริ่มเขียนบล็อกที่รวมรวบเรื่องราวความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมและแคมเปญเพื่อสังคม และก็ทำเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ผมก็ได้สร้างเพจขึ้นมาเพื่อเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการกระจายข่าวสารแคมเปญทั้งหลายแหละ เชิญติดตามกันได้ที่ Naocrituss’s Blog ครับผม

———————————————————————————————————–

สำหรับงานในครั้งนี้ เราได้รับเกียรติจากพี่แกละ ซึ่งเป็น Associate Creative Director ที่ Ogilvy แล้วพี่เค้าก็เป็นครีเอทีฟเจ้าของผลงานที่ได้รับรางวัลคานส์ไลออน 3 ปีซ้อน เริ่มตั้งแต่ Hair for hope (โรงพยาบาลจุฬาภรณ์), Cut to build (OLFA) และ Return of the ashes (กรมป่าไม้) ได้รับรางวัล Bronze จากเวทีคานส์ไลออนปีล่าสุด

มาเข้าเนื้อหากันเลยดีกว่า!

งานชิ้นแรก เป็นแคมเปญที่เกี่ยวกับการค้ากามผ่านเว็บแคม ซึ่งกำลังเป็นกระแสระบาดไปทั่วโลก เค้าจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร เชิญชมครับ

แคมเปญชิ้นที่สอง พูดถึงมหาเศรษฐีชาวบราซิลคนหนึ่งที่วันดีคืนดีเกิดนึกครึ้มอะไรก็ไม่รู้ แกบอกจะฝังเบนท์เล่ราคาครึ่งล้านเหรียญไว้ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน บอกว่าจะเอาไปใช้ตอนแกตาย แกทำแบบนั้นทำไม ไปดูกันครับ

แคมเปญที่ 3 พูดถึงเด็กน้อยที่เป็นมะเร็ง เราจะใช้วิธีแบบไหนที่ทำให้พวกเขาไม่ต้องรู้สึกว่าต้องอยู่สู้กับโรคร้ายนี้เพียงแค่คนเดียว

แคมเปญที่ 4 แคมเปญนี้ผมชอบมากที่สุด เพราะโดยปกติเวลาเราพูดถึงผู้ป่วยมะเร็งเมื่อไหร่ ภาพการทำแคมเปญในหัวจะปิ๊งขึ้นมาทันทีว่าต้องเป็นแนว “ดราม่า” แต่แคมเปญนี้ไม่ครับ เค้ากลับพลิกแคมเปญนี้ให้มี mood and tone แบบ  Feel Good ได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจมาก ต้องดูอย่างแรง

แคมเปญต่อมา พูดถึงเรื่องผลผลิตทางการเกษตรในระบบอุตสาหกรรม ที่ต้องมีการคัดไซส์คัดน้ำหนัก คำถามคือ ผักผลไม้ที่ไม่ผ่านมาตรฐานหรือหน้าตาอัปลักษณ์ล่ะ มันหายไปไหน?

แคมเปญต่อไป เป็นเรื่องของการเชื่อมโยงกลุ่มคนสองกลุ่มที่ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวให้มาเกี่ยวกันได้อย่างน่าทึ่ง คนหนึ่งอยากฝึกภาษา อีกคนนึงอยากมีใครสักคนคอยคุยด้วย ในที่สุดพวกเขาก็ได้พบกัน ส่วนตัวผมชอบวิดีโอ เค้าทำออกมาได้อบอุ่นมากจริงๆ

แคมเปญที่ 7 ลืมภาพการขอรับบริจาคเงินตามสะพานลอยไปได้เลย เพราะครั้งนี้ เพียงแค่สเต็ปเดียวคุณก็ได้ช่วยเหลือผู้อื่นแล้ว

แคมเปญต่อไป หุ่นที่เราเห็นตามร้านเสื้อผ้าดังๆทั้งหลาย นัยหนึ่งมันก็คือการตีกรอบเราว่าความสวยความหล่อมันต้องเป็นแบบนี้นะ แต่ลองมาดูแคมเปญนี้กันว่าเค้ามองความสวยความหล่อในแบบยังไง

แคมเปญที่ 9 ปลาสายพันธุ์หนึ่งที่กำลังทำลายระบบนิเวศในคาบสมุทรแคริบเบียน เราจะจัดการกับมันยังไงดี? บอกเลยเจ้าปลาสายพันธุ์นี้มันโคตรซวยจริงๆ เกิดมาแล้วเ_ือกอร่อย

แคมเปญที่ 10 มีเสืองฮือฮาเล็กน้อย ดูแล้วก็ได้แต่คิดว่าญี่ปุ่นนี่มันญี่ปุ่นจริงๆ เรื่องมันเกิดขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งที่ไม่มีความโดดเด่นอะไรเลย จะมีก็แต่นาข้าว ชาวบ้านเค้าจะพลิกวิกฤตเป็นโอกาสได้อย่างไร เชิญรับชม

แคมเปญที่ 11 ปัญหาไม่มีน้ำสะอาดไว้ดื่มนับเป็นปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่งสำหรับประเทศกำลังพัฒนา เราจะทำยังให้เค้าได้เข้าใจถึงการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดไปพร้อมๆกับผลิตน้ำสะอาดไปในตัวด้วย

แคมเปญที่ 12 เห็นกันเป็นประจำสำหรับป้ายจราจร แต่จะมีสักกี่คนที่ปฏิบัติตาม แคมเปญนี้เค้าจึงสร้างป้ายจราจรที่ดาเมจสูงมาก แบบที่ว่าดูปุ๊ปแล้วก็ร้องอ๋อทันที

แคมเปญที่ 13 เป็นไปได้ไหมว่า ป้ายบิลบอร์ดธรรมดาจะสร้างประโยชน์ได้มากกว่าให้มันยืนตากแดดเฉยๆ ?

แคมเปญต่อไป อันนี้มาแนวอีโมชั่นค่อนข้างสูงครับ ที่พูดถึงเรื่องคนเกาหลีเหนือที่พยายามลี้ภัยมาที่เกาหลีใต้ แต่สุดท้ายก็ต้องถูกส่งตัวกลับ แน่นอนว่าเหมือนกับส่งคนเข้าโรงฆ่าดีๆนี่เอง แคมเปญนี้เค้าก็เลยทำนิทรรศการที่สื่อให้เห็นว่า ยังมีคนที่เรายังมองไม่เห็นอยู่นะ

แคมเปญต่อไปนะครับ “รอยสัก” กับการอาบแดดมันเป็นความเท่ที่มาคู่กันของวันรุ่นบราซิล โดยหารู้ไม่ว่าการตากแดดนานๆจะทำให้เป็นมะเร็งผิวหนัง จะทำยังไงให้วัยรุ่นหัวแข็งพวกนี้ได้เห็นถึงปัญหา เชิญชมจ้ะ

แคมเปญที่ 16 เด็กที่เกิดมาตาบอดมักเสียเปรียบเด็กทั่วไป การสูญเสียความสามารถด้านการมองเห็นทำให้เด็กถูกปิดกั้นจินตนาการไปส่วนหนึ่ง แคมเปญนี้จะทำยังไงให้เด็กตาบอด ได้รับการเสริมสร้างจินตนาการแม้จะมองไม่เห็น

แคมเปญที่ 17 คนไร้บ้านมักจะเป็นผู้ที่ต้องรอรับความช่วยเหลือ แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกเข้าได้สัมผัสประการณ์ของการเป็นผู้เลือกบ้าง

แคมเปญต่อไป คำพูดที่ไม่ทันยั้งคิดของพ่อแม่ อาจกลายเป็นอาวุธที่คอยทิ่มแทงจิตใจเด็ก ซึ่งหากเด็กไม่มีภูมิคุ้มกันมากพอก็มีแนวโน้มจะกลายเป็นอาชญากรในอนาคต แคมเปญนี้จะใช้วิธีการสื่อสารแบบไหน ลองไปดูกันครับ

แคมเปญที่ 19 ในแต่ละปี มหาสมุทรมักเป็นที่รองรับขยะจำนวนมหาศาลจากทั่วโลก จะดีแค่ไหนถ้ามันนำมาทำเป็นกางเกงยีนส์ได้!!

แคมเปญที่ 20 การทรมานนักโทษ กาค้าอาวุธ ความรุนแรงภายในครอบครัว เป็นเรื่องที่แอมเนสตี้ติดตามและต่อสู้มาตลอด แต่ในครั้งนี้เราจะสร้างสัญลักษณ์ที่ซ่อนสิ่งที่มีความหมายอยู่ได้อย่างไร

แคมเปญที่ 21 Mike Ebeling ได้แรงบันดาลใจจากการอ่านหนังสือ บินตรงไปยังแอฟริกาเพื่อสร้างห้องแล็บ 3D printer ให้กับชาวแอฟริกาที่พิการ ขอคารวะให้กับความมุ่งมั่น

แคมเปญที่ 22 การปลูกพืนออร์แกนิคและการเลี้ยงสัตว์แบบเปิดกำลังเป็นกระแส Chipotle ที่เป็นผู้นำผลิตอาหารที่ใช้แนวคิดนี้จึงได้สร้างสื่อที่ทำให้ผู้คนได้เห็นถึงความสำคัญ

แคมเปญแถม สะพาน Mapo ได้ชื่อว่าเป็นสะพานที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดในเกาหลีใต้ เค้าจะใช้วิธีไหนที่จะทำให้คนเปลี่ยนความคิด และกลับไปหาคนที่เรารักที่รอเราอยู่ที่บ้าน

แคมเปญสุดท้าย แม่ ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาชื่อก้องโลกทั้งหลาย

 

 

 

Tagged , , , , , , , , , , , , , , ,

THE SINGAPORE ASSOCIATION FOR THE DEAF: HEARING AIDE

HEARING AIDE2

เรื่องของเรื่องมันมีสถิติที่น่าตกใจมากว่า ทั้งโลกมีผู้พิการทางการได้ยินจำนวนมากที่ไม่ได้ยินเสียงเตือนภัยในช่วงเวลาคับขันที่สุดถึง 360 ล้านคน โดยเฉพาะเหตุการณ์ไฟไหม้ การเตือนภัยสึนามิ การเตือนภัยการใช้อาวุธสงครามระหว่างชายแดน และอีกหลายๆเหตุการณ์ ซึ่งส่งผลให้ผู้พิการเหล่านี้ต้องจากโลกไปเพียงเพราะไม่สามารถรับรู้เหตุการณ์ผ่านการได้ยินได้

ใช่ครับ! เสียงหวอเตือนภัยพวกนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อคนหูหนวก!!

สมาคมคนหูหนวกแห่งประเทศสิงคโปร์จึงมองเห็นว่านี่มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้วละ มันควรจะทำอะไรบางอย่าง นี่จึงเป็นที่มาของแอพลิเคชั่น “HEARING AIDE” แอพลิแคชั่นที่จะช่วยให้ชีวิตของคนหูหนวกง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยมีหลักคิดง่ายมาก ในเมื่อพวกเขาไม่ได้ยิน เราก็ใช้โทรศัพท์มือถือนี่แหละแทนหูของพวกเขา (คนหูหนวกที่สิงค์โปร์ใช้สมาร์ทโฟนกันเกือบทุกคน)

หลักการทำงานของแอพนี้คือตรวจจับเสียงจากสิ่งแวดล้อมรอบข้าง เช่น หากตรวจจับเสียงไซเรนของรถพยาบาลได้ เจ้าแอพนี้ก็จะสั่นลากยาวไป 20 วินาทีพร้อมกับขึ้นเตือนว่านี่เสียงรถพยาบาลนะ เสียงสัญญาณกันขโมยเอย เสียงเตือนไฟไหม้เอย เจ้าแอพนี้ก็จะสามารถตรวจจับได้เกือบหมด แถมที่เจ๋งยิ่งกว่า เจ้าแอพนี้ยังให้เราอัดเสียงเตือนแบบเป็นเฉพาะรายบุคคลได้ด้วย เช่น เสียงหมาเห่า เสียงเด็กร้อง เสียงกาน้ำร้อนเดือด เสียงไมโครเวฟ โอ้ย สารพัด อันนี้ก็แล้วแต่จะประยุกต์ใช้กันเลย

ในส่วนผลลัพธ์ก็่น่าสนใจไม่แพ้กันครับ เพระาแอพนี้ได้รับการตอบรับอย่างดีจากชุมชนคนหูหนวก และสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับอีกนับล้านชีวิตทั่วโลก ซึ่งแน่นอนว่าย่อมได้รับความสนใจจากทั้งสื่อเก่าสื่อใหม่อย่างล้นหลาม ได้พื้นที่สื่อคิดเป็นมูลค่ากว่า 1 เหรียญดอลล่าร์สิงคโปร์ และที่สำคัญที่สุด แอพพลิเคชั่นนี้ทำให้กลุ่มคนหูหนวกมีชีวิตที่ง่ายและปลอดภัยขึ้น 🙂

Advertising Agency: GREY GROUP SINGAPORE, SINGAPORE

HEARING AIDE1 HEARING AIDE3

Tagged , , , , , , , , , , ,

Neurobix Foundation: Remember me

Remember me

ลองคิดกันเล่นๆนะครับว่าถ้าสมมติวันหนึ่ง ใครสักคนในบ้านเราเกิดเป็นโรคอัลไซเมอร์ขึ้นมา คุณจัดการยังไง? คุณจะพาเขาไปรักษาที่ไหน คุณจะล็อคบ้านเพื่อตัดปัญหาไม่ให้เขาออกไปเพ่นพ่านนอกบ้านเลยมั้ย แล้วจิตใจของเขาละ คุณทนเห็นเขาถูกขังอยู่ในบ้านทั้งวันทั้งคืนได้มั้ย? ซึ่งผมเชื่อว่าคุณคงไม่อยากให้เป็นแบบนั้นหรอก เพียงแต่คุณไม่มีทางเลือก

น่าเสียดายที่ในประเทศโคลอมเบียมีคนป่วยเป็นอัลไซเมอร์มากกว่า 300,000 ครอบครัว และวิธีการแก้ไขปัญหาการพลัดหลงก็คงไม่ได้แตกต่างจากที่ผมว่าไว้ข้างบนใช่ไหมครับ? ช่างน่าเศร้าจริงๆ

แต่อย่าเพิ่งหมดหวังไปครับ ที่ผมเลือกเอาประเด็นอะไรซักอย่างขึ้นมาเขียนบล็อกก็เพราะเชื่อว่ามันพอจะมีวิธีการแก้ไขบางอย่างได้ เหมือนกับเคสนี้ครับ

Neurobix Foundation ร่วมกับ Ogilvy and Mather, Bogota, Colombia ได้เกิดความคิดว่ามันน่าจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีกว่านี้ คือการปล่อยให้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ได้ออกไปเดินเล่นนอกบ้านได้โดยที่ลูกหลานไม่ต้องห่วงว่าจะพลัดหลงหรือจำทางกลับบ้านไม่ได้ แคมเปญนี้เริ่มต้นที่การสร้างสายคาดหน้าอก ทำหน้าที่วัดอัตราการเต้นหัวใจของผู้ป่วย เชื่อมต่อไปยัง Application ที่สามารถระบุตำแหน่งผู้ป่วยได้ว่าอยู่ที่ไหน

การทำงานของมันไม่ซับซ้อนเลยครับ ลองนึกถึงเวลาเราหลงทางดูครับ ว่าเราจะรู้สึกยังไง เราคงตกใจ หวาดกลัว วิตกไปต่างๆนาๆ สำหรับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ก็ไม่ต่างกันครับ เวลาที่เขาหลงทางก็จะมีอาการเดียวกันกับคนปกติ และความวิตกกังวลนี้จะไปกระตุ้นให้การทำงานของหัวใจทำงานหนักขึ้น อัตราการเต้นก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมันเพิ่มขึ้นถึงระดับหนึ่งที่บ่งชี้ว่าผู้ป่วยอาจจะหลงทาง Application นี้ก็จะแจ้งเตือนผ่านมือถือของลูกหลานในทันที โดยมีทางเลือกว่าจะโทรไปก็ได้ หรือจะแสดงตำแหน่งของผู้ป่วยก็ได้ เพียงเท่านี้ปัญหาที่เราคิดมากันตลอดอาจจะแก้ไขได้เพียงการพลิกแพลงเทคโนโลยีเล็กน้อย โดยที่ยังไม่ทิ้งความเป็นมนุษย์ไว้เบื้องหลัง

ไม่รู้ว่าแคมเปญนี้ได้ผลเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ดูแล้วมีความเป็นไปได้สูงว่าน่าจะแก้ปัญหาได้

แต่สิ่งที่ผมอยากให้ดูนอกเหนือไปจากวิธีการแก้ไขปัญหาคือวิธีการมองปัญหาครับ แคมเปญนี้ทำ Execution ได้ดีมาก ซึ่งเขาอยากจะสื่อว่า “มีบางสิ่งบางอย่างที่สมองทำไม่ได้ แต่หัวใจทำได้” แล้วแคมเปญนี้ก็ตีโจทย์แตกแหลกกระจุยเลยครับ นับถือ นับถือ

Advertising Agency: Ogilvy and Mather, Bogota, Colombia

Tagged , , , , , , , , , , , , ,

MARCO POLO: Find Your Phone by Shouting MARCO!

MARCO POLO1

เคยไหมครับ เวลาเล่นมือถืออยู่แล้วแม่เรียกไปเอาหนังสือพิมพ์บ้าง ไปซื้อของที่ตลาดบ้าง ไปช่วยยกของบ้าง กลับมาอีกทีก็ได้แต่ช็อคแบบเบาๆว่า “โทรศัพท์กูหายไปไหนวะ” ใช้เวลาอยู่นานกว่าสองสามนาน ก็ถึงเจอว่ามันไปผลุบอยู่ในซอกโซฟา หรือไปโผล่อีกทีที่ชามข้าวหมาหน้าบ้าน แหม่ มันช่างเป็นปัญหาโลกแตกของคนที่ใช้มือถือจริงๆ รู้งี้กลับไปใช้รุ่นกระดูกหมาดีกว่า

เมื่อปัญหามันใหญ่ขนาดนี้ ในที่สุดเราก็มีอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเรา ด้วยการใช้แอพที่ชื่อว่า “MARCO POLO” (ตอนนี้มีแค่ใน iOS) เพียงแค่เราตะโกนดังว่า “มาร์โค!!” ถ้ามือถือเจ้ากรรมมันอยู่ใกล้ๆมันก็จะตอบเรากลับมาว่า “โปโล!!”  เหมือนกับเล่นเกมซ่อนหายังไงยังงั้นเลย ฮั่นแหนะ! ยิ้มอยู่ละสิ เจ๋งใช่ปะละ ซึ่งนอกเหนือจากฟังก์ชั่นเจ๋งๆแบบนี้แล้ว เรายังสามารถปรับโทนเสียง “โปโล” ได้มากกว่า 30 เสียง แล้วเราก็ยังสามารถกำหนดคำที่เราป้อนเข้าเพื่อให้เจ้าแอพนี้ตอบเรากลับได้ด้วย เช่น “สุดสวย!! – โปโล” (เกี่ยวกันมั้ยนี่)

ที่ว่าทั้งหมดฟังดูดีใช่ไหมครับ ถ้าใช่ก็คงต้องขอเบรคไว้ก่อนว่ามันก็มีข้อเสียเหมือนกันนะฮะ อย่างแรกเลยคือเจ้าแอพนี้มันจะทำงานใน backgroud ของมือถือซึ่งหมายความว่ามันจะกินแบตอีก ซึ่งก็อย่างที่รู้ๆกันก็คือแบตจะใช้ปกติยังแทบจะไม่พอเลย อ่าห์ ทำลายความฝันนี่มันสนุกจริงๆ แถม แถม แถม! ลองคิดดูว่ามันก็มีวิธีอื่นในการตามหามือถือที่เล่นซ่อนหากับเราอยู่เหมือนกัน เช่น ใช้โทรศัพท์อีกเครื่องโทรเข้า ซึ่งถ้ามองในเชิงความสมเหตุสมผล แบบนี้ง่ายกว่า แถมไม่ต้องเสียตังค่าแอพ ไม่ต้องเปลืองแบตด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม ถ้ามองในเชิงความสนุกสนาน ผมคิดว่าคนที่คิดในแง่นี้คงแทบจะไม่ลังเลที่จะโหลดเลย เพราะโดยเปรียบเทียบแล้วการตะโกนหามันดูมีกิมมิกน่ารักๆ เหมือนเล่นซ่อนหากันแฟน โดยเฉพาะคนที่ยังไม่มีคู่ ลองโหลดดูก็คงจะคลายเหงาไปได้บ้าง

แอพนี้สนนราคาที่ 0.99 เหรียญ ซึ่งถือว่าไม่แพงเลย ถ้าอยากแก้เหงาหรืออยากอวดเพื่อน ก็ลองโหลดไปเล่นกัน ถ้าใครโหลดแล้วก็ขอยืมมาเล่นบ้าง พอดีใช้แอนดรอยด์น่ะ T T (โหลดเสร็จก็ยัด Power Bank รัวๆ)

ดูรายละเอียดได้ที่: http://findmarcopolo.com/

If you’ve ever lost or misplaced your iPhone, iPad, or iPod touch somewhere nearby but can’t quite remember where, stop flipping pillows and frantically patting your pockets. The Marco Polo app will help you quickly find your device in just one shout. Just shout out loud “MARCO!” and your hidden device will ring back POLO! so that you can find it.

http://findmarcopolo.com/

Let’s find out how it works?

MARCO POLO3 MARCO POLO4 MARCO POLO5 MARCO POLO2

Tagged , , , , , ,

Coca-Cola: Happy ID

Happy ID

เปรูเป็นประเทศหนึ่งที่ถือได้ว่ามีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญโดยเฉพาะในภูมิภาคละตินอเมริกา แต่น่าเสียดายที่อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจกลับไม่ได้เป็นตัวแปรที่ทำให้ประชาชนมีความสุขขึ้น อย่างน้อยก็ในบัตรประชาชน ถ้าลองไล่ดูบัตรประชาชนของชาวเปรูก็จะเห็นได้ว่ามีแต่รูปหน้าตาย บูดบึ้ง บอกบุญไม่รับ โค้กจึงมองเห็นโอกาสในการสร้างความสุขให้กับชาวเปรูโดนเริ่มต้นที่บัตรประชาชนเป็นอันดับแรก ด้วยการตั้งบูธถ่ายรูปแชร์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค พร้อมกับขอให้ร้านถ่ายภาพช่วยกันถ่ายรูปยิ้มๆเพื่อนำมาใช้กับบัตรประชาชน โดยใครก็ตามที่มีรูปยิ้มๆในบัตรประชาชนก็จะได้รับโค้กฟรีพร้อมกับโปรโมชั่นส่วนลดในร้านอาหารและบริการต่างๆ

ผลของแคมเปญเป็นที่น่าตกใจมาก เพียงเดือนแรกของการทำแคมเปญ ชาวเปรูมีรูปยิ้มๆบนบัตรประชาชนมากถึง 9 ใน 10 ได้พื้นที่สื่อแบบฟรีๆถึง 3 แสนเหรียญ เข้าถึงผู้คนในโซเชียลมีเดียถึง 1.3 like, share และ comment พร้อมกับสร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้กับชาวเปรูได้ยิ้มๆกันแบบทั้งประเทศ คูลลลลลลล

Advertising Agency:McCann Lima, Peru

Tagged , , , , , , ,

Audi: Instant Valuation Billboard

Instant Valuation Billboard

We had an Audi employee valuate cars parked in public spaces. He would register the model, year and value of the vehicle on a tablet. A flyer with an RFID tag was placed on each car’s back window. The tag stored all the information collected by the Audi employee. As the vehicle approached the exit sensor, the computer would identify all the data registered in the RFID tag and immediately display customized payment conditions for that driver and the address of an Audi dealership.

Advertising Agency:AlmapBBDO, São Paulo, Brazil

Tagged , , , ,

Nescafe: Alarm Cap

NESCAFE Alarm cap

Introducing the Nescafé Alarm Cap: the first ever multifunctional cap. The Cap is design to reach every home and show us the best way to wake up is to awaken ourselves.

Advertising Agency: Publicis, Mexico

Tagged , , , , , , , , ,

Stiftung Artenschutz: #animachine

animachine

Endangered species regularly feature in social media. Their plight inspires plenty of sympathy and outrage but, sadly, likes and shares have little effect in the real world. How, we asked, could the digital community make a real difference to the Cat-Ba Langur, one of the world’s most endangered species? It often appears in Social Media. There are only 53 left.

To solve this problem McCann and MRM//McCANN created #animachine, a platform that actively engages digital supporters in creating statues of the animal they want to save. The statues are then auctioned and the proceeds donated to saving the Cat-Ba Langur.

To help rescue the Cat-Ba Langur from extinction, we created an entirely new way to donate, simply by sharing #animachine. But first, we engaged the passion and talent of world-renowned street artist, Sam3, to create a sculpture of the Cat-Ba Langur. Based on his design, our digital community co-created several copies. By simply posting #animachine in social media supporters triggered a 3D printer that recreated the endangered animal. One layer at a time. The statues were then auctioned off to raise money. Supporters could also follow the process at animachine.de and see who contributed each layer.

The engaging nature of the #animachine donation platform attracted crowds of supporters. They contributed the thousands of layers needed to build the statues. All of which helped grow awareness. And every cent raised on auction will help grow the Cat-Ba Langur population. #animachine let people reach out of the digital realm. And touch the real world. #animachine let people reach out of the digital realm. And touch the real world, which made hashtags literally count in real life.

Advertising AgencyMcCann, Germany

Tagged , , , , , , , , , , , ,

Giraffas: The Goal Screen

THE GOAL SCREEN

In the year of the world soccer championship in Brazil fast food chain Giraffas presents a different experience to their customers: a mobile game that integrated with their smartphones and turns the tray paper into a virtual soccer field.
Rip the side of the paper tray, make a paper ball and flick it into the screen! A unique game that can only be played at Giraffas restaurants and turns meals much more fun.

Advertising AgencyMood TBWA, São Paulo, Brazil

 

Tagged , , , , , , , , ,